belanegara – การแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกหญิง ฤดูกาล 2025/2026 ได้เดินทางมาถึงบทสรุปของรอบก่อนรองชนะเลิศแล้วอย่างดุเดือด โดยได้ 4 สุดยอดทีมจากยุโรปที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ได้แก่ บาร์เซโลนา, บาเยิร์น มิวนิค, อาร์เซนอล และ โอแอล ลียง ซึ่งแต่ละคู่ล้วนสร้างความตื่นเต้นและดราม่าให้แฟนบอลได้ลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย
ต่อไปนี้คือสรุปผลการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศที่ผ่านมา:

บาเยิร์น มิวนิค 2-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (รวมผลสองนัด 5-3)
ที่สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า บาเยิร์น มิวนิค ต้องออกแรงเหนื่อยก่อนจะเฉือนเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 2-1 (รวมผลสองนัด 5-3) คว้าตั๋วเข้ารอบรองชนะเลิศไปครอง แม้จะเล่นในบ้าน แต่เกมนี้ไม่ง่ายสำหรับ "เสือใต้" เลย แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเกมรุกอย่างดุดันตั้งแต่ต้น และกดดันแนวรับเจ้าถิ่นอย่างหนัก จนนาทีที่ 11 เกิดความผิดพลาดในการประสานงานระหว่างผู้รักษาประตู เอนา มาห์มูโตวิช และกองหลัง วาเนสซา ชิลล์ส ทำให้ เมลวิน มัลลาร์ด ฉวยโอกาสยิงเข้าประตูโล่งๆ ขึ้นนำไปก่อน 1-0
ประตูนี้ทำให้บาเยิร์นดูเหมือนจะเสียศูนย์ไปจนจบครึ่งแรก แต่ในครึ่งหลัง พวกเธอกลับมาเล่นด้วยฟอร์มที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และพลิกสถานการณ์กลับมาได้สำเร็จ กัปตันทีม กลอดิส เพอร์ลา วิกกอสโดตตีร์ โหม่งตีเสมอในนาทีที่ 82 ก่อนที่ ลินดา ดัลล์มันน์ จะซัดวอลเลย์จากในกรอบเขตโทษในอีกสามนาทีต่อมา พาทีมแซงนำ 2-1 และรักษาชัยชนะอันล้ำค่าไว้ได้ แม้จะไม่ใช่ฟอร์มที่โดดเด่นตลอดทั้งเกม แต่บาเยิร์นก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการเอาตัวรอดและผ่านเข้ารอบต่อไป
เชลซี 1-0 อาร์เซนอล (รวมผลสองนัด 2-3)
ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ อาร์เซนอล ต้องลุ้นระทึกจนนาทีสุดท้าย แม้จะพ่ายแพ้ต่อเชลซีไป 0-1 ในเลกที่สอง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเธอผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 3-2 "สิงห์บลูส์" ที่ต้องการชัยชนะอย่างยิ่งยวดเปิดเกมบุกเข้าใส่ทันที แต่อาร์เซนอลก็ยังคงตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น และไม่ปล่อยให้เจ้าถิ่นมีโอกาสยิงตรงกรอบเลยในครึ่งแรก
เข้าสู่ครึ่งหลัง เกมเริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่ออาร์เซนอลเริ่มครองบอลได้มากขึ้น และมีจังหวะสวนกลับที่อันตราย นาทีที่ 80 สตินา แบล็คสเตนิอุส โหม่งทำประตูได้สำเร็จ แต่ VAR ตัดสินว่าล้ำหน้าไปก่อน ทำให้ประตูถูกยกเลิกไป เชลซียังคงเดินหน้าบุกอย่างหนัก และเกือบได้ประตูจาก วีร์เลอ บูร์มันน์ ที่ยิงชนเสา และ ซูเกอ นูสเคน ที่ถูก ดาฟเน ฟาน ดอมเซลาอาร์ ผู้รักษาประตูอาร์เซนอลเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เบธ มีด ก็เกือบทำประตูได้เช่นกัน แต่บอลก็พุ่งชนเสาไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่เชลซีจะมาได้ประตูชัยในนาทีที่ 94 จาก นูสเคน ท่ามกลางความตึงเครียดท้ายเกม โซเนีย บอมปาสตอร์ กุนซือเชลซีถึงกับโดนใบแดงไล่ออกจากสนามจากการประท้วงอย่างรุนแรง แม้จะแพ้ในเกมนี้ แต่ "ปืนใหญ่" ก็ยังคงรักษาความได้เปรียบจากเลกแรกไว้ได้ และผ่านเข้ารอบไปอย่างหวุดหวิด
บาร์เซโลนา 6-0 เรอัล มาดริด (รวมผลสองนัด 12-2)
ที่สนามคัมป์ นู บาร์เซโลนาโชว์ฟอร์มสุดแกร่ง ถล่มเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่างเรอัล มาดริดไปอย่างขาดลอยถึง 6-0 ในเลกที่สอง ทำให้รวมผลสองนัดเป็น 12-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปอย่างง่ายดาย "บาร์ซ่า" เริ่มต้นเกมด้วยการครองบอลและบุกอย่างต่อเนื่อง และนำห่างไปแล้วถึง 4-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกจากประตูของ อเล็กเซีย ปูเตยาส, เอวา ปาจอร์, แคโรไลน์ แกรห์ม แฮนเซน และ ไอรีน ปาเรเดส ก่อนที่ครึ่งหลัง แกรห์ม แฮนเซน และ เอสมี บรูกส์ จะมาบวกเพิ่มอีกคนละประตู ปิดท้ายชัยชนะอันยิ่งใหญ่ เกมนี้ยังเป็นนัดพิเศษสำหรับ อเล็กเซีย ปูเตยาส กัปตันทีมคนเก่ง ที่ลงสนามให้กับสโมสรครบ 500 นัดอีกด้วย
โอแอล ลียง 4-0 โวล์ฟสบวร์ก (รวมผลสองนัด 4-1 หลังต่อเวลาพิเศษ)
โอแอล ลียง โชว์สปิริตยอดเยี่ยม พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะโวล์ฟสบวร์กไปได้ 4-0 ในเลกที่สอง หลังต่อเวลาพิเศษ ทำให้รวมผลสองนัดเป็น 4-1 และผ่านเข้ารอบไปได้อย่างสมศักดิ์ศรี หลังจากที่โวล์ฟสบวร์กเป็นฝ่ายนำไปก่อน 1-0 ในเลกแรก ลียงก็ไม่ยอมแพ้ และสามารถตีเสมอสกอร์รวมได้ตั้งแต่ต้นเกมจาก ลิลลี่ โยฮันเนส แม้จะครองเกมและบุกอย่างหนัก แต่กว่าจะได้ประตูขึ้นนำก็ต้องรอถึงนาที
