belanegara – คีเลียน เอ็มบัปเป้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศส สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลโลกอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการผงาดขึ้นแท่นเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้าตำนานอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ได้สำเร็จ หลังซัดสองประตูในเกมชิงอันดับสามกับทีมชาติอังกฤษ
ความสำเร็จครั้งนี้ของเอ็มบัปเป้ถือว่าน่าทึ่งเป็นพิเศษ เพราะเขาใช้เวลาเพียง 22 นัดเท่านั้นในการยิงประตูรวม 22 ลูกในฟุตบอลโลก หรือเฉลี่ย 1 ประตูต่อนัด ซึ่งแตกต่างจากสถิติของเมสซี่ที่ทำได้ 21 ประตูจาก 32 นัดอย่างชัดเจน ตัวเลขนี้ตอกย้ำถึงความคมกริบและประสิทธิภาพอันเหลือเชื่อของกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้

นับตั้งแต่ปรากฏตัวครั้งแรกในฟุตบอลโลกปี 2018 เอ็มบัปเป้ก็แสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและโดดเด่นมาโดยตลอด เขาเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกในปี 2018 และพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปี 2022 มาแล้ว และในทัวร์นาเมนต์ปัจจุบันนี้เอง ดาวยิงหมายเลข 10 ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ "เลส์ เบลอส์" ด้วยการซัดไปแล้วถึง 10 ประตู และนำเป็นดาวซัลโวสูงสุดในการแข่งขันเพื่อแย่งชิงรางวัลรองเท้าทองคำ
ฟอร์มอันร้อนแรงนี้เกิดขึ้นแม้ว่าเอ็มบัปเป้จะเพิ่งผ่านฤดูกาลที่ฟอร์มไม่สม่ำเสมอกับเรอัล มาดริด และเคยมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แต่หลังจากที่ได้รับความไว้วางใจจาก ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในปี 2023 ความรับผิดชอบอันหนักอึ้งกลับยิ่งผลักดันให้เขาระเบิดฟอร์มทำประตูได้อย่างต่อเนื่องและดุดันยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกแซงหน้าไปแล้ว โอกาสของลิโอเนล เมสซี่ ในการทวงคืนบัลลังก์ดาวยิงสูงสุดก็ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินายังมีโปรแกรมลงสนามในรอบชิงชนะเลิศกับสเปน หากเขาสามารถทำประตูได้อีกครั้ง ก็มีสิทธิ์ที่จะทาบสถิติหรือแม้กระทั่งแซงหน้าเอ็มบัปเป้กลับขึ้นไปเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกได้อีกครั้ง
การขับเคี่ยวของสองสุดยอดนักเตะแห่งยุคนี้จึงยังไม่สิ้นสุดลงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเอ็มบัปเป้เพิ่งมีอายุเพียง 27 ปี ทำให้เขายังมีศักยภาพที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกได้อีก 2-3 สมัยในอนาคต ซึ่งจะยิ่งทำให้การแข่งขันเพื่อสร้างตำนานดาวยิงสูงสุดเข้มข้นขึ้นไปอีก
รายชื่อดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลโลก:
- คีเลียน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส) – 22 ประตู
- ลิโอเนล เมสซี่ (อาร์เจนตินา) – 21 ประตู
- มิโรสลาฟ โคลเซ่ (เยอรมนี) – 16 ประตู
- โรนัลโด้ (บราซิล) – 15 ประตู
- แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมนีตะวันตก) – 14 ประตู
- แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ) – 14 ประตู
- ชุสต์ ฟงแตน (ฝรั่งเศส) – 13 ประตู
- เปเล่ (บราซิล) – 12 ประตู
- คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส) – 11 ประตู
- เยอร์เกน คลินส์มันน์ (เยอรมนี) – 11 ประตู
- ซานดอร์ คอคซิส (ฮังการี) – 11 ประตู
สถิติมีไว้ให้ทำลายก็จริง แต่การที่เอ็มบัปเป้ทำได้ด้วยความรวดเร็วและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดนั้น เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ ไม่ใช่แค่การแซงหน้าลิโอเนล เมสซี่ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้จำนวนนัดที่น้อยกว่าอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การแข่งขันครั้งนี้ยังไม่จบลง ตราบใดที่เมสซี่ยังมีเกมนัดชิงชนะเลิศเหลืออยู่ การช่วงชิงตำแหน่งราชันย์ดาวยิงฟุตบอลโลกก็ยังคงเปิดกว้าง และมีศักยภาพที่จะสร้างบทใหม่ในคู่ปรับต่างยุคคู่นี้ต่อไป