พลิกนรก! พาเลซระเบิดฟอร์มไล่เช็กบิลน็อตติงแฮม 3-1 ปิดฉากการกลับมาของกลาสเนอร์สุดช้ำ
belanegara – กลายเป็นเกมแห่งความทรงจำที่จบลงด้วยความขมขื่นสำหรับ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เมื่อ คริสตัล พาเลซ โชว์สปิริตนักสู้ พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลังกลับมาคว้าชัยเหนือ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ไปได้อย่างสุดมัน 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม้ว่าการกลับมาเยือน เซลเฮิร์สต์ พาร์ก ในครั้งนี้จะเริ่มต้นด้วยเสียงปรบมือต้อนรับ แต่บทสรุปกลับกลายเป็นเสียงโห่ร้องเมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
เกมนี้เป็นเกมแรกของกาสเนอร์นับตั้งแต่แยกทางกับทัพ "ปราสาทเรือสีม่วง" เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้แฟนบอลเจ้าถิ่นจะให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นในช่วงก่อนเริ่มเกมเพื่อระลึกถึงความสำเร็จที่เขาเคยสร้างไว้ แต่เมื่อเสียงนกหวีดเริ่มดังขึ้น บรรยากาศในสนามก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อแฟนบอลบางส่วนเริ่มส่งเสียงกดดันและเยาะเย้ยกาสเนอร์ท่ามกลางเกมที่ตึงเครียด
เบเนเตซ: กำแพงเหล็กที่หยุดยั้งเกมรุกฟอเรสต์
น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เป็นฝ่ายออกสตาร์ทได้อย่างดุดันและขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 3 จากจังหวะที่ แดน เอ็นโดเย่ ซ้ำลูกยิงที่หลุดออกมาจากมือผู้รักษาประตู แม้ฟอเรสต์จะพยายามบุกหนักเพื่อทิ้งห่าง แต่ต้องเจอกับกำแพงเหล็กอย่าง วอลเตอร์ เบเนเตซ นายทวารของพาเลซ ที่โชว์ซูเปอร์เซฟหยุดลูกยิงอันตรายของทั้ง เลียม ดีแลป, มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ และ คริส วูด ไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ
จุดเปลี่ยนเกม: การตื่นจากหลับของพาเลซ
ความพยายามของเจ้าถิ่นเริ่มเห็นผลในนาทีที่ 41 เมื่อ ไดจิ คามาดะ กองกลางตัวเก่งชาวญี่ปุ่น ยิงประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จหลังจากมีการเช็ก VAR แต่ความตื่นเต้นยังไม่จบเพียงเท่านั้น ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา ก็ทำประตูให้พาเลซแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะโหม่งสุดสวย ทำให้สถานการณ์ในเกมพลิกกลับมาอยู่ฝั่งเจ้าบ้านทันที
ปิโน่ปลดล็อก ประตูชัยปิดกล่อง
เข้าสู่ครึ่งหลัง คริสตัล พาเลซ ยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนาทีที่ 59 เยเรมี ปิโน่ ปีกตัวเก่งชาวสเปน ก็ทำประตูปลดล็อกส่วนตัวในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จจากการซ้ำลูกยิงที่หลุดออกมาจากมือผู้รักษาประตูฟอเรสต์ ส่งผลให้พาเลซทิ้งห่างเป็น 3-1 และปิดเกมไปได้อย่างสวยงาม
ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยุติสถิติการไม่ชนะฟอเรสต์ในลีกมานานถึง 14 ปี แต่ยังช่วยให้ทีมของ ปิแยร์ เซจ ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 12 ของตาราง โดยเก็บได้ 7 แต้มจาก 6 นัดแรก ในขณะที่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ต้องจมอยู่กับอันดับ 14 หลังพ่ายแพ้ในเกมนี้
บทสรุปที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ก ในวันนี้ ย้ำเตือนให้เห็นถึงสัจธรรมของฟุตบอลว่า ความเคารพในอดีตอาจเปลี่ยนเป็นความกดดันได้ในชั่วพริบตา เมื่อผลการแข่งขันในสนามคือสิ่งเดียวที่ตัดสินทุกอย่าง
รายงานโดย belanegara.co