belanegara – กระทรวงการคลังอินโดนีเซียเปิดเผยความคืบหน้าครั้งสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านตุลาการ โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อโอนย้ายอำนาจการบริหารจัดการ ทั้งในด้านองค์กร การบริหารงาน และงบประมาณของ "ศาลภาษี" (Tax Court) จากการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ไปอยู่ภายใต้การดูแลของศาลฎีกา (Mahkamah Agung) อย่างเต็มรูปแบบ
รายงานล่าสุดระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวได้รับการจัดทำเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังเข้าสู่กระบวนการ "ประสานความเห็นทางกฎหมาย" (Harmonization) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับกฎหมายอื่นๆ ก่อนจะประกาศใช้จริง

นายโรเบิร์ต เลโอนาร์ด มาร์บุน เลขาธิการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานแถลงข่าว APBN KiTa เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า กระบวนการร่างกฎหมายนี้ผ่านการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างเข้มข้น "ขณะนี้เราได้ผ่านขั้นตอนการปรึกษาหารือกับทุกภาคส่วนและจัดทำร่างเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำ Harmonization เพื่อให้กฎหมายมีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการลงนามประกาศใช้ต่อไป" นายโรเบิร์ตกล่าว
การเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์นี้ ไม่ใช่เพียงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายใน แต่เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ (Mahkamah Konstitusi) ตามคำวินิจฉัยที่ 26/PUU-XXI/2023 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้าง "ความเป็นอิสระ" และ "ความเที่ยงธรรม" ในการตัดสินคดีข้อพิพาททางภาษี
เหตุผลสำคัญที่ต้องมีการโยกย้ายครั้งนี้ เนื่องจากเดิมทีศาลภาษีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับที่ดูแลกรมสรรพากร (DJP) และกรมศุลกากรและสรรพสามิต (DJBC) การที่หน่วยงานที่เป็นคู่กรณีในคดี (คือรัฐผ่านกระทรวงการคลัง) เป็นผู้ดูแลศาลที่ต้องตัดสินคดีของตนเองนั้น อาจทำให้เกิดข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสและผลประโยชน์ทับซ้อน การย้ายไปอยู่ภายใต้ศาลฎีกาจึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เสียภาษีว่า กระบวนการยุติธรรมทางภาษีจะเป็นไปอย่างเป็นกลางและปราศจากการแทรกแซงอย่างแท้จริง
ติดตามความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและกฎหมายที่น่าสนใจได้ที่ belanegara.co