belanegara – ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ยังคงรักษาความหวังในการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง หลังโชว์ฟอร์มดุดันไล่ถล่มบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาไปอย่างขาดลอย 4-1 ในศึกกลุ่มบี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ชัยชนะนัดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทัพ "นาฬิกา" ของกุนซือ มูรัต ยาคิน ที่ก่อนหน้านี้ทำได้แค่เสมอ กาตาร์ 1-1 อย่างไรก็ตาม แม้จะคว้าชัยชนะมาได้อย่างสวยงาม แต่ เกรกอร์ โกเบล ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม ก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง เมื่อความฝันที่จะเก็บคลีนชีทแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ต้องพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา
ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของการแข่งขัน สวิตเซอร์แลนด์เป็นฝ่ายครองเกมและสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำได้อันตรายกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่บอสเนียฯ เลือกที่จะตั้งรับอย่างรัดกุมด้วยการยืนบล็อกต่ำในพื้นที่ของตัวเอง โอกาสทองของสวิตเซอร์แลนด์ในครึ่งแรกมาจาก ดาน เอ็นดอย ที่โชว์ลีลาจักรยานอากาศยิงในกรอบเขตโทษ แต่ นิคอลา วาซิลจ์ ผู้รักษาประตูบอสเนียฯ ก็ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งไปได้อย่างยอดเยี่ยม ถัดมาไม่นานจากลูกเตะมุม เบรล เอ็มโบโล เกือบจะทำประตูขึ้นนำได้จากลูกโหม่งระยะเผาขน ทว่า วาซิลจ์ ก็ยังคงเป็นฮีโร่ช่วยเซฟให้บอสเนียฯ ได้อีกครั้ง สำหรับ โกเบล เองนั้น แทบจะไม่ต้องออกแรงเซฟมากนัก มีเพียงจังหวะสำคัญครั้งเดียวที่ อามาร์ เดดิช ลองยิงไกลจากนอกกรอบ แต่จอมหนึบจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รายนี้ก็ยังรับไว้ได้อย่างไม่มีปัญหา

สถานการณ์ที่อึดอัดเริ่มคลี่คลายลงหลังจากพักครึ่ง มูรัต ยาคิน ตัดสินใจปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่ง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นการแก้เกมที่ได้ผลอย่างแท้จริง โยฮัน มันซัมบี กลายเป็นไพ่ตายของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองและจัดการซัดไปถึงสองประตู ช่วยให้ทีมหนีห่างบอสเนียฯ ออกไปได้สำเร็จ รูเบน วาร์กัส อีกหนึ่งตัวสำรอง ก็สร้างอิมแพ็คได้ทันทีเช่นกัน โดยทำได้หนึ่งประตูและหนึ่งแอสซิสต์ ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ทะยานนำไปถึง 3-0 ดูเหมือนว่าชัยชนะพร้อมกับคลีนชีทของโกเบลกำลังจะอยู่ในกำมือแล้ว
ทว่า…ดราม่าก็บังเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่สามของการทดเวลา บอสเนียฯ มาได้ประตูตีไข่แตกจาก เออร์มิน มาห์มิช ประตูนี้เริ่มต้นจากลูกเตะมุมที่โกเบลพยายามชกบอลออกมา แต่บอลกลับไปเข้าทาง มาห์มิช ที่ยืนอยู่บริเวณขอบเขตโทษพอดี แข้งวัย 21 ปีรายนี้ไม่รอช้า ซัดวอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม ชนิดที่โกเบลได้แต่ยืนมองลูกบอลตุงตาข่ายโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย สถานการณ์นี้ชวนให้นึกถึงเกมก่อนหน้านี้ที่พบกับกาตาร์ ซึ่งประตูของโกเบลก็เสียไปในช่วงท้ายเกมเช่นกัน แถมยังเป็นผลมาจากความผิดพลาดของเพื่อนร่วมทีมอย่าง มิโร มูไฮม์ อีกด้วย
ถึงกระนั้น สวิตเซอร์แลนด์ก็ยังมาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะในช่วงท้ายสุดของเกม เมื่อ ฌิบริล โซว์ ถูกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินไม่ลังเลที่จะชี้ไปที่จุดโทษ กรานิต ชาก้า อดีตกองกลางอาร์เซนอล รับหน้าที่สังหารจุดโทษได้อย่างเฉียบขาด ส่งบอลเสียบมุมล่างตาข่ายไปอย่างสวยงาม ปิดท้ายสกอร์เป็น 4-1 ด้วยสามแต้มสำคัญนี้ ทำให้สวิตเซอร์แลนด์อยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมในการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ โดยพวกเขาต้องการเพียงผลเสมอในนัดสุดท้ายของกลุ่มบี ที่จะพบกับแคนาดา ในคืนวันพุธนี้ (ตามเวลาประเทศไทย)
จากมุมมองของ belanegara.co เห็นว่าในยามที่เกมของสวิตเซอร์แลนด์ดูจะติดขัด ผู้เล่นสำรองกลับกลายเป็นตัวพลิกเกมอย่างแท้จริง มูรัต ยาคิน สมควรได้รับคำชมเชยในความกล้าหาญที่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนแท็กติกและผู้เล่นในช่วงครึ่งหลัง อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องสมาธิในช่วงท้ายเกมยังคงเป็นจุดที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน การเสียประตูในช่วงท้ายเกมติดต่อกันสองนัด ทำให้โกเบลต้องพลาดคลีนชีทไปอย่างน่าเสียดาย อาจเป็นสัญญาณเตือนที่สวิตเซอร์แลนด์ต้องให้ความสำคัญก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ เพื่อไม่ให้ต้องมาเสียใจภายหลัง