belanegara – เงาดำแห่งหนี้สินก้อนโตกำลังปกคลุมอาณาจักร INEOS ของเซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ผู้กุมบังเหียนคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังมีรายงานว่าบริษัทของเขากำลังเผชิญกับภาระหนี้สินมหาศาลถึงกว่า 1.8 หมื่นล้านปอนด์ หรือราว 8 แสนล้านบาท โดยมีชื่อของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการใหญ่ของ "ปีศาจแดง" ในอนาคต
แม้เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ จะเพิ่งเข้าถือหุ้น 25 เปอร์เซ็นต์ในสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากตระกูลเกลเซอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และกำลังจะเพิ่มสัดส่วนเป็นเกือบ 29 เปอร์เซ็นต์ แต่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวอันน่าตื่นเต้นนี้ กลับมีแรงกดดันทางการเงินมหาศาลจากหนี้สินที่พอกพูนใน INEOS ซึ่งเป็นอาณาจักรธุรกิจของเขา รายงานระบุว่าหนี้สินดังกล่าวพุ่งสูงถึง 1.8 หมื่นล้านปอนด์ หรือประมาณ 8 แสนล้านบาท

ในการตอบโต้ต่อแรงกดดันทางการเงินนี้ เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ชี้แจงว่าปัญหาหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งต้นทุนพลังงานที่สูงลิ่ว ภาษีนำเข้าอันมหาศาลที่โดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ และการทุ่มตลาดเคมีภัณฑ์จากจีน
คีธ ไวน์เนสส์ อดีตซีอีโอของหลายสโมสรดังในอังกฤษและสกอตแลนด์ อาทิ เอฟเวอร์ตัน แอสตัน วิลล่า และอเบอร์ดีน ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า การรวมกันของปัจจัยเหล่านี้ทำให้สถานะทางการเงินของ INEOS ยิ่งหนักหนาสาหัส เขากล่าวว่าสถานการณ์นี้ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาที่ตระกูลเกลเซอร์นำพาหนี้สินมหาศาลมาสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ไวน์เนสส์ยังประเมินอีกว่า สถานการณ์หนี้สินนี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผนการใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมในตลาดซื้อขายนักเตะ ซึ่งจะเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้จัดการทีมที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม
นอกเหนือจากผลงานในสนามที่ยังไม่คงเส้นคงวา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเองก็กำลังเผชิญกับสภาพทางการเงินที่ไม่เอื้ออำนวยเช่นกัน แม้รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกจะแสดงกำไรเกือบ 600 ล้านบาท แต่ยอดหนี้สินรวมของสโมสรก็ยังคงสูงลิ่ว สถานการณ์ทางการเงินที่ไม่สมบูรณ์ของสโมสร ผนวกกับแรงกดดันทางการเงินที่เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ กำลังเผชิญอยู่ ย่อมส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการซื้อขายนักเตะของยูไนเต็ดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงานหลายฉบับชี้ว่าสโมสรจะต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายซื้อผู้เล่นมากขึ้น
ผลกระทบนี้เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีข่าวว่าไม่สามารถแข่งขันกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการคว้าตัวอองตวน เซเมนโย่ กองหน้าจากบอร์นมัธได้ นอกจากนี้ เป้าหมายราคาแพงในการเสริมแดนกลางอย่างคาร์ลอส บาเลบา จากไบรท์ตัน และอดัม วอร์ตัน จากคริสตัล พาเลซ ซึ่งแต่ละคนอาจมีราคาสูงถึงกว่า 4 พันล้านบาท ก็อาจจะยิ่งยากที่จะเอื้อมถึง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอาจถึงขั้นพิจารณาขายผู้เล่นเพื่อเปิดช่องทางการเงิน ซึ่งรวมถึงดาวรุ่งพุ่งแรงจากอะคาเดมีอย่างค็อบบี้ ไมนู แม้ว่าความเป็นไปได้ดังกล่าวจะยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากก็ตาม
ปัญหาหนี้สินมหาศาลของ INEOS ย่อมเป็นสิ่งรบกวนใจอย่างแท้จริงสำหรับเซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ว่าอาจจะยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของสโมสรในทันที แต่แรงกดดันด้านเวลา สมาธิ และความระมัดระวังทางการเงินจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากการบริหารจัดการไม่รัดกุม โครงการใหญ่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดอาจดำเนินไปช้ากว่าที่คาดหวังไว้มาก และแฟนบอลผีแดงคงต้องจับตาดูสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด
