นายฮาร์โย ลิมานเซโต โฆษกกระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ได้เน้นย้ำว่า การนำเข้าไก่จากสหรัฐฯ ครั้งนี้ มิได้เป็นการนำเข้าไก่เนื้อทั่วไปเพื่อการบริโภคโดยตรง แต่เป็นการนำเข้า "ไก่มีชีวิต" (live poultry) เพื่อใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ระดับ Grand Parent Stock (GPS) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก โดยเขากล่าวเสริมว่า ขั้นตอนนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของฟาร์มปศุสัตว์ภายในประเทศ
นายฮาร์โยอธิบายเพิ่มเติมว่า GPS เปรียบเสมือน "ต้นน้ำ" ของห่วงโซ่การผลิตสัตว์ปีก เป็นสายพันธุ์หลักที่ใช้ในการสร้าง Parent Stock (PS) ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตไก่เนื้อเชิงพาณิชย์ในที่สุด เนื่องจากอินโดนีเซียยังไม่มีโรงเพาะพันธุ์ GPS เป็นของตนเอง การพึ่งพาการนำเข้าจึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปัจจุบัน เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งพันธุกรรมคุณภาพสูงและคงขีดความสามารถในการแข่งขัน

ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 นายฮาร์โยระบุรายละเอียดว่า อินโดนีเซียจะนำเข้าไก่มีชีวิตในรูปแบบ GPS จำนวน 580,000 ตัว โดยมีมูลค่าประมาณ 17-20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ "GPS เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ในประเทศ เนื่องจากเป็นแหล่งพันธุกรรมหลัก และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า อินโดนีเซียยังไม่มีโรงเพาะพันธุ์ GPS เป็นของตนเอง" นายฮาร์โยกล่าวผ่าน belanegara.co
นอกจากนี้ นายฮาร์โยยังเสริมว่า การนำเข้าชิ้นส่วนไก่ เช่น น่อง สะโพก หรืออกไก่ โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้เป็นสิ่งต้องห้าม ตราบใดที่สินค้าเหล่านั้นเป็นไปตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยสัตว์ ความปลอดภัยของอาหาร ความต้องการเฉพาะ และหลักเกณฑ์ทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ทุกประเทศต้องปฏิบัติตาม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและรักษาสมดุลของตลาดไปพร้อมกัน