belanegara – กระทรวงกิจการทางทะเลและการประมง (KKP) ของอินโดนีเซีย ได้เปิดเผยแผนการอันทะเยอทะยานสำหรับโครงการฟาร์มกุ้งครบวงจร (Integrated Shrimp Farming – ISF) ที่เมืองวาอิงาปู จังหวัดซุมบาตะวันออก นูซาเต็งการาตะวันออก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสร้างผลผลิตกุ้งได้มหาศาลถึง 52,800 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 4 ล้านล้านรูเปียห์ พร้อมทั้งเปิดโอกาสการจ้างงานกว่า 7,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรม
นายศักดิ์ติ วาห์ยู เตร็งโกโน รัฐมนตรีกระทรวงกิจการทางทะเลและการประมง ได้เน้นย้ำว่า ฟาร์มกุ้ง ISF วาอิงาปู ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,150 เฮกตาร์นี้ ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าแค่บ่อเพาะเลี้ยง แต่เป็นระบบนิเวศอุตสาหกรรมกุ้งที่สมบูรณ์แบบ รัฐบาลมีบทบาทในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิต ขณะที่ภาคเอกชนจะเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

“การสร้างแค่บ่อเพาะเลี้ยงนั้นยังไม่เพียงพอ หากปราศจากการสนับสนุนทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ” รัฐมนตรีเตร็งโกโนกล่าว โดยชี้ให้เห็นถึงแผนการที่จะสร้างโรงเพาะฟัก โรงงานผลิตอาหารกุ้ง โรงงานแปรรูป และโรงงานผลิตน้ำแข็งภายในพื้นที่โครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกองค์ประกอบของอุตสาหกรรมจะเชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร
พื้นที่การผลิตของฟาร์มกุ้ง ISF วาอิงาปู ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน แบ่งออกเป็น 12 คลัสเตอร์ ประกอบด้วยบ่อเพาะเลี้ยง 1,536 บ่อ, บ่อพักน้ำ (tandon) 192 บ่อ และระบบบำบัดน้ำเสีย (IPAL) ระดับคลัสเตอร์ 48 แห่ง นอกจากนี้ โครงการยังเพียบพร้อมด้วยเครือข่ายท่อส่งน้ำ (intake), พื้นที่กักกันโรค, ถนนสำหรับการผลิต, สิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนต่างๆ รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสียหลักขนาด 82.34 เฮกตาร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกจัดเตรียมขึ้นเพื่อรองรับกิจกรรมการเพาะเลี้ยงที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ สามารถวัดผลได้ และยั่งยืน
ความคืบหน้าทางกายภาพของโครงการ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ได้ดำเนินไปแล้วประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการระดมเครื่องจักรกลหนักถึง 312 คัน และใช้แรงงานก่อสร้าง 682 คน ระยะเวลาการก่อสร้างหลักจะอยู่ในช่วงปี 2569-2570 ตามด้วยการเริ่มดำเนินการในระยะแรกในปี 2570 และคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2571 ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามรายงานจาก belanegara.co