ช็อกตลาดอินโดฯ! ราคาพริกพุ่งทะลุ 100,000 รูเปียห์/กก. ไม่ใช่เพราะของขาดตลาด แต่เป็น ‘สิ่งนี้’ ที่หลายคนคาดไม่ถึง! เปิดเบื้องลึกวิกฤตพริกเดือด
belanegara – สถานการณ์ราคาพริกในอินโดนีเซียกำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด หลังราคาพริกขี้หนูสดพุ่งทะยานแตะระดับ 100,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดและกระเป๋าเงินผู้บริโภคทั่วประเทศ แม้ล่าสุดราคาจะปรับลดลงมาเล็กน้อย แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ หน่วยงานด้านอาหารแห่งชาติ (Bapanas) ได้ออกมาเปิดเผยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาพริกพุ่งสูงลิ่ว ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนผลผลิตอย่างที่หลายคนคาดการณ์ไว้ รายงานพิเศษจาก belanegara.co จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้

จากการตรวจสอบและลงพื้นที่อย่างกะทันหันของ Bapanas ณ ตลาดกลาง Kramat Jati พบว่าราคาพริกขี้หนูแดงในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ซึ่งลดลงจากช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าที่เคยพุ่งสูงถึง 90,000 ถึง 100,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาในระยะเวลาอันสั้น
นาย I Gusti Ketut Astawa รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดหาและรักษาเสถียรภาพอาหารของ Bapanas ได้อธิบายถึงปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ว่า โดยภาพรวมแล้วผลผลิตพริกขี้หนูของประเทศยังคงมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ แต่ปัญหาหลักกลับอยู่ที่สภาพอากาศที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระบวนการเก็บเกี่ยวไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างเต็มที่
รองผู้อำนวยการ Ketut กล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (16 ก.พ. 2026) ว่า “ผลผลิตจริงๆ แล้วมีเพียงพอมาก แต่ปัญหาอยู่ที่การเก็บเกี่ยว เมื่อฝนตกหนัก แรงงานไม่กล้าเข้าไปเก็บเกี่ยว เพราะพริกจะเน่าเสียเร็วมาก” คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีพริกอยู่ในไร่ แต่ความท้าทายจากสภาพอากาศทำให้พริกเหล่านั้นไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ทันท่วงที ส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานตึงตัวชั่วคราวและดันราคาให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว