เปิดวิสัยทัศน์ใหม่! อินโดนีเซียพลิกโฉม ‘เทอร์มินัล LPG’ สู่ ‘กรีนเทอร์มินัล’ ยักษ์ใหญ่: เบื้องหลังความยั่งยืนที่โลกจับตา!
belanegara – กรุงจาการ์ตา – ท่ามกลางกระแสความต้องการด้านความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อินโดนีเซียได้ก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ด้วยการเปิดตัว "กรีนเทอร์มินัล" (Green Terminal) อย่างเป็นทางการที่ท่าเรือ LPG ตันจุงเซกอง (Tanjung Sekong) เมืองซิเลกอน (Cilegon) จังหวัดบันเตน (Banten) โครงการริเริ่มนี้ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายสำคัญในการเสริมสร้างแนวปฏิบัติ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เท่านั้น แต่ยังเป็นการบุกเบิกการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานคาร์บอนต่ำ และเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดในอนาคต

"กรีนเทอร์มินัล" นี้ถูกออกแบบมาภายใต้กรอบการรับรองมาตรฐานสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในท่าเรือ โดยมุ่งเน้นที่ 8 เสาหลักแห่งความยั่งยืน ได้แก่ ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม, โครงสร้างพื้นฐานมาตรฐานสากล, การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในการดำเนินงาน, เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจหมุนเวียน, การควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, การคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ และการเสริมสร้างศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ การนำมาตรฐานเหล่านี้มาใช้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคพลังงานอินโดนีเซียในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ
นายอากุง วิจักโซโน (Agung Wicaksono) ผู้อำนวยการฝ่ายการเปลี่ยนแปลงและความยั่งยืนทางธุรกิจของ PT Pertamina (Persero) บริษัทพลังงานแห่งชาติของอินโดนีเซีย ได้กล่าวถึงโครงการ "กรีนเทอร์มินัล" นี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานสีเขียว และการขับเคลื่อนตามแผนงาน Net Zero Emission (NZE) 2060 "โครงการริเริ่มนี้ยังเป็นความพยายามที่จะเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท เพื่อรับมือกับความต้องการระดับโลกที่มุ่งเน้นแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น" เขากล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569
การเลือกท่าเรือ LPG ตันจุงเซกองเป็นโครงการนำร่องนั้น พิจารณาจากบทบาทเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ท่าเรือแห่งนี้ตอบสนองความต้องการ LPG ของอินโดนีเซียประมาณ 35-40 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความสามารถในการจัดเก็บสูงถึง 98,000 เมตริกตัน และมีท่าเทียบเรือที่รองรับเรือขนาดใหญ่ได้ถึง 65,000 DWT การเปลี่ยนผ่านของท่าเรือแห่งนี้สู่ "กรีนเทอร์มินัล" จึงเป็นความหวังที่จะเสริมสร้างรากฐานแห่งความยั่งยืนให้กับหนึ่งในสินทรัพย์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของอินโดนีเซีย