belanegara – หัวหน้าหน่วยงานจัดการการลงทุนดายา อานากาตา นูซันตารา (Danantara) นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา ได้ออกมาตอบโต้กระแสข่าวที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับอันดับเครดิตของตราสารหนี้พันธบัตรแพนด้าของอินโดนีเซีย ซึ่งเพิ่งประสบความสำเร็จในการออกตราสารหนี้สกุลเงินหยวนในตลาดโลก โดยมีมูลค่าสูงถึง 7 พันล้านหยวนจีน หรือประมาณ 18.58 ล้านล้านรูเปียห์ (เทียบเท่า 1.033 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) สร้างความฮือฮาในตลาดการเงินโลก
"อันดับเครดิตของเราคือ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด (แต่) มีบางคนบอกว่าผมโกหก" นายปูร์บายา กล่าวกับสื่อมวลชนที่สำนักงานกระทรวงการคลังในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2026 คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในความแข็งแกร่งของตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลอินโดนีเซีย แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นก็ตาม กรมการจัดการการเงินและความเสี่ยง (DJPPR) กระทรวงการคลัง ยังได้บันทึกว่าการทำธุรกรรมครั้งนี้ได้อาศัยจังหวะเวลาที่ดีในตลาดพันธบัตรภายในประเทศของจีน และได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักลงทุนทั่วโลก

นายซูมินโต อธิบดีกรมการจัดการการเงินและความเสี่ยง กระทรวงการคลัง ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การออกพันธบัตรแพนด้าในครั้งนี้มีความต้องการเกินกว่าจำนวนที่เสนอขาย (oversubscribed) ถึง 2.4 เท่า โดยมียอดคำสั่งซื้อสูงสุด (peak orderbook) พุ่งสูงถึง 1.7 หมื่นล้านหยวนจีน หรือประมาณ 45.23 ล้านล้านรูเปียห์ "เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 รัฐบาลได้ดำเนินการเสร็จสิ้นการทำธุรกรรมการออกพันธบัตรแพนด้าในสกุลเงินหยวนจีน (CNY) เป็นจำนวน 7 พันล้านหยวน (เทียบเท่า 1.033 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)" นายซูมินโตเปิดเผยกับ iNews Media Group เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2026
การเสนอขายพันธบัตรดังกล่าวแบ่งออกเป็นสองชุด โดยชุดแรกเป็นตราสารหนี้อายุ 3 ปี จัดสรรที่ 5.6 พันล้านหยวนจีน หรือประมาณ 14.86 ล้านล้านรูเปียห์ ด้วยผลตอบแทน 1.90% ซึ่งชุดนี้มียอดเสนอซื้อเข้ามาสูงถึง 1.238 หมื่นล้านหยวนจีน หรือประมาณ 32.86 ล้านล้านรูเปียห์ คิดเป็นอัตราส่วนการเสนอซื้อต่อจำนวนที่เสนอขาย (bid-to-cover ratio) ที่ 2.2 เท่า ในขณะที่ชุดที่สองเป็นตราสารหนี้อายุ 5 ปี จัดสรรที่ 1.4 พันล้านหยวนจีน หรือประมาณ 3.59 ล้านล้านรูเปียห์ ด้วยผลตอบแทน 2.19% และมียอดเสนอซื้อเข้ามาถึง 4.62 พันล้านหยวนจีน หรือประมาณ 12.26 ล้านล้านรูเปียห์ คิดเป็นอัตราส่วน bid-to-cover สูงถึง 3.3 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเศรษฐกิจอินโดนีเซียอย่างชัดเจน