belanegara – นายมามัน อับดูร์เราะห์มาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (UMKM) ของอินโดนีเซีย ได้ออกมาเปิดเผยประเด็นที่น่าตกใจว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดที่ขัดขวางไม่ให้ผู้ประกอบการ UMKM ก้าวหน้าและเติบโต ไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนแหล่งเงินทุนหรือการฝึกอบรมอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่กลับเป็นปัญหาที่ร้ายแรงกว่า นั่นคือการทะลักเข้ามาอย่างมหาศาลของสินค้าลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ที่กำลังท่วมท้นตลาดภายในประเทศจนส่งผลกระทบอย่างหนัก
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นบนเวทีเสวนาสื่อมวลชน (DM FWUMKM) ภายใต้หัวข้อ "การขับเคลื่อน UMKM ให้ก้าวหน้าท่ามกลางสถิติการปล่อยสินเชื่อ KUR สูงสุดเป็นประวัติการณ์" ซึ่งจัดขึ้นที่ Smesco Startup Hub กรุงจาการ์ตาใต้ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำหลายแห่ง อาทิ PT Pertamina (Persero), PT Perusahaan Listrik Negara (Persero), PT Bank Central Asia Tbk, PT Sarana Multigriya Finansial (Persero), PT Jaminan Kredit Indonesia (Jamkrindo), Aqua และ Shopee

ในมุมมองของเขา ภาครัฐได้ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ภาคส่วน UMKM อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบัน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับ UMKM มีมูลค่าสูงถึง 1,600 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับ 20 ปีที่แล้ว
"ผมขอยืนยันว่า หากมองจากด้านการเงิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนนั้นไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะได้มีการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้ว" นายมามันกล่าว
นายมามันประเมินว่า ปัญหาหลักที่แท้จริงกลับอยู่ที่ด้านการตลาด เขาบรรยายถึงสภาพตลาดภายในประเทศในปัจจุบันว่าเต็มไปด้วยสินค้าลักลอบนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ UMKM ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ยากลำบาก แม้ผู้ประกอบการ UMKM จะได้รับการสนับสนุนทั้งเงินทุนและการฝึกอบรม แต่พวกเขาก็ยังคงประสบปัญหาในการจำหน่ายสินค้าของตนเอง เนื่องจากตลาดถูกท่วมท้นไปด้วยสินค้าต่างชาติราคาถูก
"ตลาดอินโดนีเซียตอนนี้มันเละเทะ สกปรก และโสโครก" เขากล่าว "ดังนั้น ไม่ว่าจะดีแค่ไหนที่เราช่วยเหลือ UMKM ในวันนี้ เช่น เราช่วยด้านการเงิน เราสนับสนุนการฝึกอบรมทุกรูปแบบ พวกเขาสามารถผลิตสินค้าได้ แต่พวกเขากลับไม่สามารถขายสินค้าเหล่านั้นได้เลย"
นอกจากนี้ นายมามันยังได้เน้นย้ำถึงปัญหาการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง (under-invoicing) ในกิจกรรมการค้าระหว่างประเทศ โดยยกตัวอย่างความไม่สอดคล้องกันของข้อมูลระหว่างมูลค่าการนำเข้าที่บันทึกในอินโดนีเซีย กับข้อมูลการส่งออกจากประเทศจีน ซึ่งบ่งชี้ถึงการหลีกเลี่ยงภาษีและกฎระเบียบต่างๆ สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่บั่นทอนศักยภาพของ UMKM อินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและสร้างความเสียหายต่อระบบการค้าที่เป็นธรรมอย่างไม่อาจประเมินค่าได้
ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจล่าสุดได้ที่ belanegara.co
