belanegara – นายปูร์บายา ยูดฮี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญภายหลังการประชุมสรุปผลงานช่วงต้นปีกับประธานาธิบดีปราโบโว สุเบียนโต ณ ฮัมบาลาง โดยประเด็นหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือการทุจริตเชิงระบบในภาคการส่งออกและนำเข้า ซึ่งเป็นต้นเหตุของการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรมศุลกากรและกรมสรรพากร ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล
นายปูร์บายาได้ชี้แจงถึงการปฏิบัติที่เรียกว่า ‘Under-invoicing’ หรือการสำแดงมูลค่าสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายโดยบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม "เราตรวจพบว่ามีบริษัทน้ำมันปาล์มหลายแห่งทำการ Under-invoicing โดยสำแดงมูลค่าการส่งออกต่ำกว่าความเป็นจริงถึงครึ่งหนึ่ง จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้จาก 10 บริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มนี้ พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว มูลค่าการส่งออกที่พวกเขารายงานนั้นต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสำคัญ" นายปูร์บายากล่าวหลังการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569

นอกเหนือจากภาคส่วนน้ำมันปาล์ม รัฐมนตรีคลังยังได้เน้นย้ำถึงปัญหาอุตสาหกรรมเถื่อนในภาคส่วนเหล็กและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งบริหารจัดการโดยชาวต่างชาติโดยไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านภาษีของอินโดนีเซีย บริษัทเหล่านี้ทราบกันดีว่าดำเนินการโดยใช้แรงงานต่างชาติทั้งหมด และทำการซื้อขายแบบเงินสด (cash based) เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
"ผู้ประกอบการเป็นชาวจีน มีบริษัทอยู่ที่นี่ พนักงานก็เป็นชาวจีนทั้งหมด ไม่สามารถพูดภาษาอินโดนีเซียได้ พวกเขาขายตรงให้กับลูกค้าด้วยเงินสด และไม่จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมาก ผมจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว" นายปูร์บายากล่าวเน้นย้ำถึงความเด็ดขาดของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตครั้งนี้ ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ เพื่อนำไปพัฒนาประเทศต่อไป ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจที่สำคัญ สามารถติดตามได้ที่ belanegara.co