belanegara – อินโดนีเซียกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งพลังงานสะอาด ด้วยแผนการอันทะเยอทะยานที่จะเพิ่มขีดความสามารถด้านพลังงานหมุนเวียนให้สูงถึง 50,000 เมกะวัตต์ (MW) ภายในทศวรรษหน้า หรือภายในปี 2035 โครงการยักษ์ใหญ่นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์พลังงานของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนมหาศาลมูลค่ากว่า 1,650 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 3.7 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นโอกาสทองสำหรับสถาบันการเงินภายในประเทศ
นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณี (ESDM) ของอินโดนีเซีย ได้เปิดเผยรายละเอียดของแผนดังกล่าวในงาน Indonesia Economic Outlook 2026 ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่า "ตามแผน RUPTL (Rencana Usaha Penyediaan Tenaga Listrik) ฉบับปัจจุบัน สำหรับปี 2025 ถึง 2035 เราจะผลักดันกำลังการผลิต 50 กิกะวัตต์ (GW) นี้ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานน้ำหรือพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1,650 ล้านล้านรูเปียห์"

รัฐมนตรีบาห์ลิลเน้นย้ำว่า โครงการพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับภาคธนาคารของอินโดนีเซีย เนื่องจากมี "การรับประกันการซื้อ" (guaranteed purchase) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน การมีส่วนร่วมของธนาคารภายในประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ผลประโยชน์จากการระดมทุนและการลงทุนยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
"นี่คือโอกาสที่จะเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของเราในอนาคต" นายบาห์ลิลกล่าวเสริม "ดังนั้น หากธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศไม่เข้ามาร่วมลงทุนในโครงการเหล่านี้ ธนาคารต่างชาติที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าก็จะเข้ามาแทนที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น"
ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณี (ESDM) ชี้ให้เห็นว่า อินโดนีเซียมีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียน (EBT) ที่มหาศาลและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพลังงานความร้อนใต้พิภพ ชีวมวล หรือพลังงานลม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายความมั่นคงทางพลังงานแห่งชาติที่ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้ประกาศไว้ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและมั่นคงของประเทศ