belanegara – การรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุง "Whoosh" กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในอุตสาหกรรมการขนส่งของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนปี 2026 ที่ผ่านมา บริษัท PT Kereta Cepat Indonesia China (KCIC) ผู้ให้บริการ ได้เปิดเผยสถิติที่น่าประทับใจว่า จำนวนผู้โดยสารรายวันพุ่งทะลุ 25,000 คน สะท้อนถึงความสำเร็จและบทบาทที่เพิ่มขึ้นของรถไฟความเร็วสูงสายแรกในภูมิภาคนี้ ซึ่งกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางระหว่างสองเมืองใหญ่
นางสาวเอวา แชรุนิซา ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายเลขานุการองค์กรของ KCIC ได้เปิดเผยรายละเอียดกับ belanegara.co ว่า ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ จำนวนผู้โดยสาร Whoosh แตะ 24,381 คนภายในวันเดียว และในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ตัวเลขดังกล่าวได้พุ่งสูงขึ้นไปอีกเป็นประมาณ 25,700 คน ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ปกติที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยราว 20,000-21,000 คนต่อวัน ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

สำหรับวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว แม้จะยังไม่สิ้นสุดวัน แต่ยอดจำหน่ายตั๋วในช่วงเช้าก็ทะลุ 12,000 ใบไปแล้ว และคาดการณ์ว่าจำนวนผู้โดยสารจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จนอาจเกิน 22,000 คน ซึ่งตอกย้ำถึงความนิยมที่ยังคงร้อนแรงและศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารจำนวนมากของ Whoosh
นางสาวเอวาอธิบายเพิ่มเติมว่า การเพิ่มขึ้นของการเดินทางครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงผลพวงจากกิจกรรมการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่ประชาชนจำนวนมากใช้โอกาสนี้ในการเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องและคนรู้จัก เพื่อกระชับความสัมพันธ์ก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญทางศาสนาอิสลาม ปรากฏการณ์นี้จึงช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับการสัญจรบนเส้นทางจาการ์ตา-บันดุงอย่างเห็นได้ชัด และแสดงให้เห็นถึงการผสานรวมของการเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและเพื่อวัตถุประสงค์ทางสังคมวัฒนธรรม
"นอกจากการเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจแล้ว การเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารยังมาจากผู้คนที่ใช้ช่วงเวลานี้ในการเชื่อมสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอน" เธอกล่าวเน้นย้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Whoosh ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบขนส่ง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวอินโดนีเซีย และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของการคมนาคมด้วยระบบรางความเร็วสูงในประเทศนี้