belanegara – กรุงจาการ์ตา – ยูทูบเบอร์ชื่อดัง "Bigmo" ตกเป็นประเด็นร้อน ถูกแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีชักชวนเยาวชนโปรโมทบุหรี่ไฟฟ้าในระหว่างการไลฟ์สด ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่เพียงนำไปสู่การยกเลิกสัญญากับพาร์ทเนอร์เท่านั้น แต่ยังถูกร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งอินโดนีเซีย (KPAI) และกำลังเผชิญหน้ากับการตรวจสอบทางกฎหมาย ท่ามกลางพายุวิพากษ์วิจารณ์นี้ หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงมูลค่าทรัพย์สินของยูทูบเบอร์รายนี้ ว่าจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากเหตุการณ์อื้อฉาวครั้งนี้
Bigmo ได้ออกมากล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการผ่านช่อง YouTube ของเขา Niceguymo เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยยอมรับผิดและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "ผมขออภัยอย่างยิ่งสำหรับการกระทำและคำพูดที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ผมยอมรับว่าสิ่งที่ผมทำคือความผิดพลาดและไม่สามารถแก้ตัวได้" เขากล่าว พร้อมเสริมว่าในฐานะผู้สร้างสรรค์เนื้อหา เขาตระหนักดีว่าไม่ควรสร้างเนื้อหาที่ขัดต่อกฎระเบียบ และยอมรับว่าผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินนั้นมีไว้สำหรับผู้บริโภคที่เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น ไม่ใช่สำหรับผู้เยาว์

ด้วยเหตุนี้ Bigmo จึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะระมัดระวังให้มากขึ้นในการแสดงออกทั้งคำพูดและการกระทำในพื้นที่สาธารณะ พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่เขาได้สื่อสารออกไประหว่างการไลฟ์สดนั้น เป็นการตัดสินใจและความรับผิดชอบส่วนบุคคลโดยแท้ "ไม่มีการชี้นำ คำสั่ง หรือการบรีฟใดๆ จากบุคคลหรือองค์กรภายนอก ให้ผมสื่อสารหรือกระทำการใดๆ ที่ขัดต่อกฎระเบียบที่บังคับใช้" สตรีมเมอร์ซึ่งมีชื่อจริงว่า มูฮัมหมัด จันนะห์ (Muhammad Jannah) กล่าวอย่างชัดเจน
Bigmo ยังกล่าวด้วยว่า เขาเข้าใจถึงความผิดหวังและความโกรธเคืองของผู้ชมและสาธารณชนต่อการกระทำของเขาเป็นอย่างดี เขายอมรับว่าความไว้วางใจจากสาธารณะต้องรักษาไว้ด้วยการกระทำ ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด "ดังนั้น ผมจึงน้อมรับทุกคำวิจารณ์และข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ผมเป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นในอนาคต เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนอันล้ำค่าสำหรับผม" เขากล่าวทิ้งท้าย
แม้ Bigmo จะออกมาขอโทษและยอมรับผิด แต่คำถามเกี่ยวกับสถานะทางการเงินและมูลค่าทรัพย์สินของเขายังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการถูกยกเลิกสัญญาและเผชิญหน้ากับคดีความ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อรายได้และอนาคตในวงการสร้างสรรค์เนื้อหาของเขา belanegara.co จะติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้ รวมถึงการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจต่ออาชีพของยูทูบเบอร์รายนี้ต่อไป