belanegara – รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังเตรียมการปฏิรูปครั้งใหญ่ในภาคส่วนอาหารของประเทศ ด้วยการทบทวนร่างพระราชบัญญัติอาหารฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการอาหารระดับชาติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตาคือ การยุบรวมหน่วยงาน Badan Pangan Nasional (Bapanas) เข้ากับ Perusahaan Umum (Perum) Bulog ซึ่งเป็นหน่วยงานโลจิสติกส์ด้านอาหารของรัฐ พร้อมกับการปรับสถานะของ Bulog ให้เป็นอิสระจากเดิม
นายคุดดอรี นักเคลื่อนไหวจากสมาคมเศรษฐกิจการเมืองอินโดนีเซีย (AEPI) และสมาชิกคณะกรรมการส่งเสริมการเกษตร (KPP) ได้เปิดเผยผ่านการอภิปรายออนไลน์เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ร่างแก้ไขกฎหมายฉบับล่าสุดระบุชัดเจนว่า Bulog จะไม่ดำรงสถานะเป็น Perum (รัฐวิสาหกิจในรูปแบบบริษัทมหาชน) อีกต่อไป แต่จะถูกยกระดับให้เป็น ‘สถาบันอิสระ’ ที่เทียบเท่ากับองค์กรสำคัญของรัฐบาล เช่น ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia), BPJS Kesehatan และ BPJS Ketenagakerjaan ซึ่งดูแลด้านประกันสุขภาพและประกันสังคม โดยนายคุดดอรีกล่าวว่า "ในร่างแก้ไขกฎหมายอาหารฉบับใหม่นี้ Bapanas จะถูกยุบรวมเป็นส่วนหนึ่งของ Bulog และ Bulog จะไม่ใช่ Perum อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอีกต่อไป"

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งนี้ถูกมองว่าจะมีผลกระทบอย่างมหาศาลต่อการบริหารจัดการอาหารระดับชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมอำนาจหน้าที่ของ ‘ผู้กำกับดูแล’ (regulator) และ ‘ผู้ปฏิบัติการ’ (operator) ซึ่งเดิมเคยแยกออกจากกัน ให้มาอยู่ภายใต้หน่วยงานเดียว หากก่อนหน้านี้ Bapanas ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแล ในขณะที่ Bulog และรัฐวิสาหกิจด้านอาหารอื่นๆ เป็นผู้ปฏิบัติการ ภายใต้โครงสร้างใหม่ Bulog จะรับผิดชอบทั้งสองบทบาทนี้พร้อมกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหรือความท้าทายใหม่ๆ ในการกำกับดูแล
นายคุดดอรีได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ในเอกสารทางวิชาการของร่างพระราชบัญญัติอาหารฉบับวันที่ 15 กันยายน 2568 ได้มีการศึกษาตัวเลือกด้านโครงสร้างองค์กรไว้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ การคงโครงสร้างปัจจุบันไว้, การเสริมสร้าง Bapanas ให้เป็นผู้กำกับดูแลและให้ Bulog เป็นผู้ปฏิบัติการ, การรวม Bapanas และ Bulog เข้าด้วยกัน, และการปฏิรูป Bulog อย่างสมบูรณ์ และตัวเลือกที่ได้รับการแนะนำคือตัวเลือกที่สาม นั่นคือการรวม Bapanas เข้ากับ Bulog การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปรับปรุงระบบอาหารของประเทศให้มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารในอนาคต รายงานจาก belanegara.co ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่กำหนดทิศทางของภาคส่วนอาหารอินโดนีเซียไปอีกหลายทศวรรษ