belanegara – อินโดนีเซียกำลังก้าวไปอีกขั้นในการแสวงหาพลังงานที่ยั่งยืน ด้วยการเตรียมพร้อมปลดล็อกศักยภาพอันมหาศาลของ "ข้าวฟ่าง" (Sorghum) ซึ่งเป็นพืชที่สามารถใช้ได้ทั้งเป็นอาหารและแหล่งพลังงานชีวมวลสำคัญ การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง PT PLN EPI Investasi, PT Young Aviation Indonesia และ PT Berkah Inti Daya เพื่อขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากพืชพลังงานชนิดนี้อย่างเต็มที่
ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ถูกตอกย้ำด้วยการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่กรุงจาการ์ตา โดยมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากข้าวฟ่างในฐานะแหล่งชีวมวล ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบนิเวศชีวมวลของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การผลักดันนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนการดำเนินโครงการร่วมเผาไหม้ (Co-firing) ในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (PLTU) เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อการเพาะปลูกพืชพลังงานอย่างยั่งยืนอีกด้วย

นายยงค์กี้ เพอร์มานา รัมลัน ผู้อำนวยการใหญ่ของ PLN EPI Investasi ได้กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่าเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาพลังงานชีวมวลที่ยั่งยืนของอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ข้อตกลงยังครอบคลุมการศึกษาและวิเคราะห์ร่วมกันในด้านการลงทุน เทคนิค และเชิงพาณิชย์ เพื่อให้การพัฒนาข้าวฟ่างเป็นพืชพลังงานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
"เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการใช้ประโยชน์จากข้าวฟ่างนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตชีวมวลของประเทศ และรับประกันความต่อเนื่องของอุปทานเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าของ PLN ได้อย่างยั่งยืน" นายยงค์กี้กล่าว ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2026 ตามรายงานของ belanegara.co
ด้านนายจุง ยัง กึน ผู้อำนวยการใหญ่ของ Young Aviation Indonesia ได้เปิดเผยถึงผลการทดลองปลูกข้าวฟ่างที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ
"เราได้พิสูจน์แล้วว่าข้าวฟ่างมีผลผลิตสูงมาก โดยพื้นที่เพียง 1 เฮกตาร์สามารถให้ผลผลิตชีวมวลได้ถึง 65 ตัน ด้วยผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมนี้ เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาข้าวฟ่างเพื่อเป็นชีวมวลสามารถนำไปใช้ในวงกว้างได้อย่างแน่นอน" นายจุงอธิบาย