belanegara – ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย หรือ ดัชนีราคาหุ้นรวม (IHSG) เผชิญกับแรงเทขายในช่วงครึ่งวันเช้าของการซื้อขายเมื่อวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยปิดตลาดที่ระดับ 8,374 จุด ลดลง 0.25% ท่ามกลางความผันผวนที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด รายงานจาก belanegara.co
สถานการณ์การซื้อขายในช่วงครึ่งวันเช้าแสดงให้เห็นถึงมูลค่าการซื้อขายรวมที่สูงถึง 12.6 ล้านล้านรูเปียห์ ด้วยปริมาณการซื้อขายรวม 27.2 พันล้านหุ้น อย่างไรก็ตาม จำนวนหุ้นที่ปรับตัวลดลงมีมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีหุ้น 438 ตัวที่อ่อนตัวลง ขณะที่มีเพียง 251 ตัวที่ปรับขึ้น และอีก 269 ตัวที่ทรงตัว

ดัชนีหลักอื่นๆ ก็ไม่รอดพ้นจากแรงกดดัน โดยดัชนี LQ45 ปรับลดลง 0.28% ดัชนี IDX30 ลดลง 0.15% ดัชนี MNC36 ลดลง 0.03% และดัชนี JII ลดลง 0.17% สะท้อนภาพรวมตลาดที่อ่อนแอในวงกว้าง
เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอุตสาหกรรม มีเพียงไม่กี่ภาคส่วนที่สามารถยืนหยัดและปิดบวกได้ ได้แก่ ภาคการเงิน (Keuangan), วัตถุดิบ (Bahan Baku), การขนส่ง (Transportasi) และอุตสาหกรรม (Industri) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเฉพาะจุดในภาวะตลาดผันผวนนี้
ในทางตรงกันข้าม ภาคส่วนส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับแรงกดดันและปิดลบ ได้แก่ พลังงาน (Energi), สินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่ใช่ตามฤดูกาล (Konsumer Non Siklikal), โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastruktur), สินค้าอุปโภคบริโภคตามฤดูกาล (Konsumer Siklikal), อสังหาริมทรัพย์ (Properti), เทคโนโลยี (Teknologi) และสุขภาพ (Kesehatan) ซึ่งบ่งชี้ถึงความกังวลของนักลงทุนในภาพรวมเศรษฐกิจ
ท่ามกลางกระแสการปรับตัวลดลงของตลาด ยังมีหุ้นบางตัวที่สามารถสวนกระแสและติดอันดับ Top Gainers ได้แก่ PT Artha Mahiya Investama Tbk (AIMS), PT Sekar Bumi Tbk (SKBM) และ PT Bank Mega Tbk (MEGA) ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าแม้ในตลาดหมี ก็ยังมีโอกาสสำหรับนักลงทุนที่เลือกหุ้นได้อย่างชาญฉลาด
