belanegara – กรุงจาการ์ตา – นายซุลกิฟลี ฮาซัน หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ซุลฮาส’ รัฐมนตรีประสานงานด้านอาหารของอินโดนีเซีย ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า สถานการณ์ด้านเสบียงอาหารของประเทศอินโดนีเซียจะไม่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังปะทุขึ้น โดยให้เหตุผลสำคัญว่า อินโดนีเซียไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบอาหารจากพื้นที่ความขัดแย้งเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่สำนักงานใหญ่พรรค PAN ในกรุงจาการ์ตาใต้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 นายซุลฮาสได้เน้นย้ำว่า "สถานการณ์ทุกอย่างยังคงปลอดภัยดี แม้ว่าจะมีสงครามเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่เสบียงอาหารของอินโดนีเซียจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเราไม่มีการนำเข้าสินค้าเกษตรหรืออาหารจากประเทศในแถบนั้นเลย" ถ้อยแถลงนี้มีขึ้นเพื่อคลายความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-สหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารทั่วโลก

นายซุลฮาสยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงรายละเอียดการนำเข้า โดยระบุว่าสินค้าเกษตรหลักที่อินโดนีเซียมีการนำเข้าคือ ‘ข้าวสาลี’ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญ แต่แหล่งที่มาของข้าวสาลีเหล่านั้นมาจากภูมิภาคยุโรปและแคนาดา ไม่ใช่จากตะวันออกกลางแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่นั้น นอกจากนี้ รัฐมนตรีประสานงานด้านอาหารยังเน้นย้ำถึงศักยภาพการผลิตภายในประเทศ โดยกล่าวว่า "เราสามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องข้าว ข้าวโพด เนื้อไก่ และปลา ซึ่งเป็นเสบียงหลักของเรา ส่วนข้าวสาลีที่เรานำเข้านั้นก็ไม่ได้มาจากตะวันออกกลาง แต่มาจากยุโรปและแคนาดาครับ" เป็นการตอกย้ำถึงความมั่นคงทางอาหารของอินโดนีเซีย และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์โลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามรายงานจาก belanegara.co