belanegara – ศาสตราจารย์ฟาจาร์ สุเกียนโต ได้นำเสนอแนวคิดปฏิรูปการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX) ครั้งสำคัญ ผ่านกลยุทธ์ "Demutualization" เพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระของตลาด สร้างความแน่นอนทางกฎหมาย และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจทั่วโลก ข้อเสนอนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นและเสถียรภาพให้กับตลาดทุนของประเทศ
มหาวิทยาลัย Pelita Harapan (UPH) ได้ประกาศแต่งตั้งศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์สองท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. ฟาจาร์ สุเกียนโต ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตลาดทุน และศาสตราจารย์ มิเชล อิงเกิล ลิเมนตา ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ UPH ในการพัฒนาองค์ความรู้ทางกฎหมายที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความท้าทายทั้งในระดับประเทศและระดับโลก โดย ดร. โจนาธาน แอล. ปารากัป อธิการบดี UPH ได้กล่าวเน้นย้ำว่าการเพิ่มศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างนักวิชาการระดับสากล และนำเสนอแนวคิดที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศชาติ

ในการปาฐกถาทางวิชาการภายใต้หัวข้อ "ความพยายามในการสร้างความยืดหยุ่นของตลาด: Demutualization ของตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียในฐานะกระบวนทัศน์เพื่อการจัดระเบียบธรรมาภิบาล" ศาสตราจารย์ฟาจาร์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย โดยชี้ว่าระบบ Demutualization จะสามารถเสริมสร้างความเป็นอิสระของตลาด เพิ่มความแน่นอนทางกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้จริง หากได้รับการสนับสนุนจากธรรมาภิบาลที่ดี การกำกับดูแลที่เข้มแข็ง และการบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องและต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์มิเชลได้เน้นย้ำว่ากฎหมายการค้าจำเป็นต้องพัฒนาไปในฐานะเครื่องมือแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่สามารถตอบสนองต่อพลวัตทางสังคม เทคโนโลยี และความท้าทายด้านการพัฒนาต่างๆ นอกจากนี้ เธอยังชี้ให้เห็นว่าการศึกษาด้านกฎหมายควรหล่อหลอมบัณฑิตที่ไม่เพียงแต่เข้าใจกฎเกณฑ์เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีความรับผิดชอบและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
การแต่งตั้งศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสองท่านนี้ ตอกย้ำถึงพันธกิจของคณะนิติศาสตร์ UPH ในการสร้างสรรค์งานวิจัยและแนวคิดที่สามารถนำไปสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะ การขับเคลื่อนภาคธุรกิจ และการพัฒนาองค์ความรู้ทางกฎหมายทั้งในระดับประเทศและเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม