belanegara – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ปูร์บายา ยูดี ซาเดวา ได้ประกาศข่าวสำคัญที่สร้างความโล่งใจและเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสถานการณ์ภัยพิบัติในประเทศ โดยยืนยันการเบิกจ่ายเงินทุนสำรองพร้อมใช้ (DSP) มูลค่ามหาศาลถึง 4.63 ล้านล้านรูเปียห์ ให้แก่สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (BNPB) เพื่อเร่งรัดการรับมือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างทันท่วงที การจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ในการประชุมประสานงานของคณะทำงานเฉพาะกิจฟื้นฟูหลังภัยพิบัติสุมาตรา ณ รัฐสภา เมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีปูร์บายาได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า งบประมาณรวมของ BNPB สำหรับปีนี้กำหนดไว้ที่ 490 พันล้านรูเปียห์ ซึ่งรวมถึงเงินทุนสำรองพร้อมใช้สำหรับการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติจำนวน 250 พันล้านรูเปียห์ด้วย

จากเงินทุนสำรองพร้อมใช้ทั้งหมดที่ได้รับการอนุมัติ ส่วนใหญ่กว่า 4.35 ล้านล้านรูเปียห์ ถูกจัดสรรเพื่อการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในสามจังหวัดหลักที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ อาเจะห์ สุมาตราตะวันตก และสุมาตราเหนือ ขณะที่เงินทุนส่วนที่เหลืออีก 270 พันล้านรูเปียห์ เตรียมไว้สำหรับพื้นที่อื่นๆ โดยรัฐมนตรีปูร์บายาย้ำว่าจำนวนนี้ยังคงมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถเพิ่มได้อีกหากสถานการณ์เรียกร้อง
รัฐมนตรีคลังยังได้อธิบายถึงกลไกการกระจายงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูภัยพิบัติ ซึ่งดำเนินการผ่านสามช่องทางหลัก ได้แก่ ผ่าน BNPB โดยตรง ผ่านคณะทำงานเฉพาะกิจฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ และผ่านกลไกการเพิ่มเงินโอนให้แก่ท้องถิ่น (TKD) ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติการเพิ่ม TKD อีก 10.65 ล้านล้านรูเปียห์ โดยเฉพาะสำหรับสามจังหวัดในสุมาตราที่กล่าวมาข้างต้น
รัฐมนตรีปูร์บายาได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการโอนเงิน TKD ส่วนเพิ่มนี้ โดยจะดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนภายในระยะเวลาสามเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ในสัดส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยเดือนมีนาคม 30 เปอร์เซ็นต์ และเดือนเมษายนอีก 30 เปอร์เซ็นต์ การจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นระบบและโปร่งใสนี้ คาดว่าจะช่วยเร่งการฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว.