belanegara – วงการอสังหาริมทรัพย์ในอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง Gen Z และมิลเลนเนียล ก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้ขับเคลื่อนหลักในการค้นหาและซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (KPR) หรือที่รู้จักกันในชื่อสินเชื่อบ้าน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ
นาย Nixon LP Napitupulu ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคาร BTN ซึ่งเป็นธนาคารสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่ของอินโดนีเซีย ได้ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งผลักดันให้เกิดการปรับโฉมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการเงินที่อยู่อาศัยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ "ในอดีต การเริ่มต้นกระบวนการซื้อบ้านมักจะเริ่มจากการเยี่ยมชมแกลเลอรีการตลาด แต่ปัจจุบัน ผู้ที่กำลังมองหาบ้านส่วนใหญ่เริ่มต้นการเดินทางของพวกเขาผ่านสมาร์ทโฟน" นาย Nixon กล่าว

ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจจาก BTN เผยว่า "63.5% ของการค้นหาที่อยู่อาศัยมาจากกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล ซึ่งมีอายุระหว่าง 18-44 ปี พวกเขาได้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในอินโดนีเซีย โดยมีประชากรรวมกันถึง 140.3 ล้านคน หรือเกือบ 49.3% ของประชากรทั้งหมดในประเทศอินโดนีเซีย" นาย Nixon อธิบายในกรุงจาการ์ตา
นาย Nixon เสริมว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากข้อมูลโปรไฟล์ลูกหนี้ของ BTN ในปัจจุบัน "95.3% ของลูกหนี้สินเชื่อ KPR ของ BTN มาจากกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างสูงของคนรุ่นใหม่ในการเป็นเจ้าของบ้าน แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจต่างๆ ก็ตาม" เขากล่าว
นาย Nixon ย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนาคารว่า "เราต้องการทำให้กระบวนการเป็นเจ้าของบ้านง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ข้อเท็จจริงคือ ปัจจุบันลูกหนี้ KPR ของ BTN ถูกครอบงำโดย Gen Z และมิลเลนเนียล ด้วยสัดส่วนสูงถึง 95.3% นี่คือหลักฐานที่แข็งแกร่งว่าอนาคตของอุตสาหกรรมการเงินที่อยู่อาศัยคืออนาคตแบบดิจิทัลอย่างแท้จริง" เขากล่าวทิ้งท้าย โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลในการตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่กำลังขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างไม่เคยมีมาก่อน ตามรายงานจาก belanegara.co