belanegara – รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งพลังงานสะอาด ด้วยการประกาศแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตไบโอเอทานอลขนาดใหญ่ในจังหวัดลำปาง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2570 (ค.ศ. 2027) โดยมีกำลังการผลิตสูงถึง 60,000 กิโลลิตรต่อปี ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งมั่นจะพลิกโฉมภูมิทัศน์พลังงานของประเทศและสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
โครงการยักษ์ใหญ่แห่งนี้ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด "วัตถุดิบหลากหลาย" (multi-feedstock) ซึ่งหมายถึงการใช้ประโยชน์จากแหล่งวัตถุดิบชีวมวลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกากน้ำตาล (molasses), ข้าวฟ่าง (sorghum) และเศษเหลือทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดการพึ่งพาวัตถุดิบชนิดใดชนิดหนึ่ง ในระยะเริ่มต้น จะมีการดำเนินโครงการนำร่องด้วยการปลูกข้าวฟ่างพันธุ์ Enryu บนพื้นที่ 10 เฮกตาร์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และปรับปรุงกระบวนการผลิต

เมื่อเข้าสู่ระยะการผลิตเชิงพาณิชย์ แผนงานจะขยายผลอย่างก้าวกระโดด โดยจะมีการปลูกข้าวฟ่างพันธุ์ Enryu เพิ่มเติมบนพื้นที่กว่า 6,000 เฮกตาร์ในจังหวัดลำปาง ควบคู่ไปกับการก่อสร้างโรงงานไบโอเอทานอลขนาด 60,000 กิโลลิตรต่อปี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2570 และพร้อมเดินเครื่องผลิตเต็มรูปแบบภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2571 (ค.ศ. 2028)
นายโทโดตัว ปาซาริบู รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และรองหัวหน้าคณะกรรมการประสานงานการลงทุน (BKPM) ได้เปิดเผยถึงเหตุผลสำคัญที่เลือกจังหวัดลำปางเป็นฐานการพัฒนาโครงการนำร่องนี้ โดยระบุว่า "ลำปางมีศักยภาพด้านวัตถุดิบที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับการพัฒนาไบโอเอทานอลระดับประเทศ ไม่เพียงเท่านั้น ตำแหน่งที่ตั้งยังมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะสามารถป้อนความต้องการเชื้อเพลิงให้กับเกาะสุมาตราและบางส่วนของเกาะชวา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริโภคพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย" คำกล่าวนี้ถูกอ้างอิงจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดย belanegara.co ซึ่งตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืนของอินโดนีเซีย