belanegara – รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังพิจารณาแผนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (KPR) ที่มีระยะเวลาผ่อนชำระยาวนานถึง 40 ปี เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย (MBR) สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประชากรเดซิล 1 และ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดของประเทศ นโยบายนี้ถูกคาดหวังว่าจะช่วยให้พวกเขาเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับซื้อบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น ลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือน และทำให้ความฝันของการมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นจริงได้ง่ายขึ้น
ธนาคาร PT Bank Tabungan Negara (Persero) Tbk (BTN) ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐที่มุ่งเน้นการสนับสนุนด้านสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย รายงานว่าได้ปล่อยสินเชื่อบ้านอุดหนุนไปแล้วกว่า 6 ล้านยูนิต ให้แก่กลุ่มประชากรเดซิล 3 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้อยู่ในช่วง 21% ถึง 30% ที่ต่ำที่สุดของประเทศ และจัดอยู่ในประเภท "เกือบจะยากจน" ตามเกณฑ์ของโครงการช่วยเหลือจากรัฐบาล

นาย Nixon LP Napitupulu ประธานกรรมการบริหารของธนาคาร BTN กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า "สำหรับกลุ่มเดซิล 3 นั้น โครงการสินเชื่อบ้านอุดหนุนของ BTN ได้ช่วยเหลือไปแล้วถึง 6 ล้านครัวเรือน นับตั้งแต่เริ่มโครงการ"
นาย Nixon ยังอธิบายถึงสองกลยุทธ์หลักในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาร เพื่อให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน:
- สินเชื่อบ้านอุดหนุน (KPR Subsidi): เป็นโครงการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยมีการกำหนดเพดานรายได้สูงสุด เพื่อให้แน่ใจว่าความช่วยเหลือจะไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นกลุ่ม MBR ที่มีศักยภาพในการผ่อนชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร
- โครงการช่วยเหลือการสร้างบ้านด้วยตนเอง (Bantuan Stimulan Perumahan Swadaya – BSPS): สำหรับกลุ่มประชากรเดซิล 1 และ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่ำที่สุดและยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารได้ โครงการนี้จะให้ความช่วยเหลือในรูปแบบของการกระตุ้นและสนับสนุนการสร้างบ้านด้วยตนเอง เพื่อให้พวกเขาสามารถมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาสินเชื่อจากสถาบันการเงินโดยตรง
