belanegara – มาตรการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home – WFH) สำหรับข้าราชการพลเรือนทุกวันศุกร์ กำลังถูกจับตามองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สามารถนำไปสู่การประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงของประเทศได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบราชการให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
นโยบาย WFH ที่ถูกนำมาใช้ทั้งในหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานไปสู่ยุคดิจิทัลและการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบราชการเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการลดการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศอีกด้วย ด้วยการทำงานจากที่บ้านเพียงหนึ่งวันต่อสัปดาห์ รัฐบาลตั้งเป้าที่จะประหยัดค่าชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงของข้าราชการโดยตรง และส่งผลดีต่อค่าใช้จ่ายของประชาชนในวงกว้าง

"ศักยภาพในการประหยัดจากนโยบาย WFH นี้ ที่ส่งผลโดยตรงต่องบประมาณแผ่นดิน (APBN) อยู่ที่ 6.2 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งเป็นการประหยัดค่าชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวมของประชาชนก็มีศักยภาพที่จะประหยัดได้ถึง 59 ล้านล้านรูเปียห์" นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 ตามรายงานของ belanegara.co
เขาย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายแอร์ลังกาเน้นย้ำว่า นโยบายนี้ไม่ใช่แค่การตอบสนองต่อพลวัตทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นความพยายามที่จะสร้างระบบราชการที่ปรับตัวได้ดี มีผลิตภาพ และมีประสิทธิภาพ การกำหนดให้วันศุกร์เป็นวัน WFH จึงเป็นความหวังที่จะช่วยลดภาระการเดินทางทั่วประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
"ในฐานะมาตรการปรับตัวและป้องกันเพื่อรับมือกับพลวัตโลก รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานที่ส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานที่มีประสิทธิภาพ มีผลิตภาพ และขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล" นายแอร์ลังกาเน้นย้ำ