belanegara – ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) รายงานว่าปริมาณเงินหมุนเวียนในวงกว้างเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน 2568 โดยแตะระดับ 9,597.7 ล้านล้านรูปีห์ หรือเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (yoy) ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโต 4.9% (yoy) ในเดือนก่อนหน้า นับเป็นตัวเลขที่น่าจับตาและสร้างความสนใจอย่างมากในแวดวงเศรษฐกิจ
นายรัมดัน เดนนี ปราโคโซ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของ BI กล่าวว่า การเติบโตของปริมาณเงินหมุนเวียนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกิดจากปัจจัยสำคัญสองประการ คือ การเพิ่มขึ้นของเงินหมุนเวียนในวงแคบ (M1) ที่เติบโตถึง 8.0% (yoy) และเงินกึ่งหมุนเวียนที่เติบโต 4.7% (yoy)

"การขยายตัวของสินเชื่อและสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ปริมาณเงินหมุนเวียนเพิ่มสูงขึ้น" นายรัมดันอธิบายเพิ่มเติม โดยในเดือนมิถุนายน 2568 สินเชื่อขยายตัวถึง 7.6% (yoy) ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่เติบโต 8.1% (yoy) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงสินเชื่อในรูปแบบเงินกู้ (Loans) เท่านั้น และไม่รวมถึงตราสารหนี้ เช่น ตั๋วแลกเงิน (Banker’s Acceptances) และตั๋ว Repo
การเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินหมุนเวียนในระดับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว นักวิเคราะห์หลายฝ่ายกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อไป และคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียอาจมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปตามเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่วางไว้
การเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว แม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่สูงเกินไป และเพื่อให้แน่ใจว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอินโดนีเซียในวงกว้าง