belanegara – การบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินที่รัดกุม โปร่งใส และมีวินัย ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พูร์บายา ยูดี ซาเดวา จึงได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับวินัยการบริหารจัดการงบประมาณ การเร่งรัดการจัดการสินทรัพย์ของรัฐให้แล้วเสร็จ รวมถึงการกำกับดูแลโครงการยุทธศาสตร์ระดับชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกเม็ดเงินถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา รัฐมนตรีพูร์บายาได้สร้างความประหลาดใจด้วยการเดินทางเข้าตรวจสอบสำนักงานคลังประจำภูมิภาคจังหวัดชวาตะวันตก (Kanwil DJPb) ณ เมืองบันดุง โดยไม่แจ้งล่วงหน้า การมาเยือนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของท่านในการลงพื้นที่เพื่อรับทราบสถานการณ์จริง และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที "ผมมาติดตามดูงานที่นี่เฉยๆ ไปกันต่อเลย ผมเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ" รัฐมนตรีพูร์บายากล่าวขณะก้าวเข้าสู่ห้องประชุมของสำนักงานคลังภูมิภาค

ในการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ รัฐมนตรีพูร์บายาได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายบุคลากร โดยเน้นย้ำว่าต้องมีการวางแผนอย่างแม่นยำตั้งแต่ต้นปี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหางบประมาณติดลบในช่วงปลายปีงบประมาณ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้ ท่านยังกำชับว่า การโยกย้ายงบประมาณเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายบุคลากรจะต้องไม่ส่งผลกระทบหรือเบียดบังงบประมาณของโครงการเพื่อสาธารณะ เว้นแต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น
นอกจากการตรวจสอบด้านงบประมาณแล้ว การมาเยือนของรัฐมนตรีพูร์บายายังมุ่งเน้นไปที่การติดตามความคืบหน้าของสามโครงการยุทธศาสตร์ระดับชาติที่สำคัญในจังหวัดชวาตะวันตก ได้แก่ โครงการโรงเรียนของประชาชน (Sekolah Rakyat), โครงการสหกรณ์หมู่บ้าน/ชุมชน ‘เมราห์ ปูติห์’ (Koperasi Desa/Kelurahan Merah Putih – KDKMP) และโครงการหน่วยบริการโภชนาการครบวงจร (Satuan Pelayanan Pemenuhan Gizi – SPPG) ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่มีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
จากการสำรวจของสำนักงานคลังภูมิภาคจังหวัดชวาตะวันตกในโรงเรียนของประชาชน 22 แห่ง จากทั้งหมด 26 แห่งในพื้นที่ พบว่าสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเรียนการสอนอยู่ในเกณฑ์ที่ "เพียงพอและมีคุณภาพสูง" โดยเฉพาะการมีกระดานอัจฉริยะ (smartboard) และคอมพิวเตอร์พกพา (laptop) สำหรับนักเรียนแต่ละคน รัฐมนตรีพูร์บายาจึงได้กระตุ้นให้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความพร้อมและคุณภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้สู่สาธารณะในวงกว้างมากขึ้น เพื่อเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาการศึกษาของประเทศต่อไป.