belanegara – ราคาเชื้อเพลิงในกลุ่มประเทศอาเซียนพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ผลพวงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในหลายประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งนี้เป็นผลมาจากการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ส่งแรงกระเพื่อบไปทั่วตลาดพลังงานโลก
ผลกระทบจากความขัดแย้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายไปสู่ตลาดพลังงานทั่วโลก โดยมีรายงานจากหลายสิบประเทศที่ราคาเชื้อเพลิงสำหรับผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 ว่ามีอย่างน้อย 85 ประเทศที่แจ้งการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิง นับตั้งแต่การโจมตีอิหร่านครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

การพุ่งขึ้นของราคาเชื้อเพลิงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันทั่วโลก ควบคู่ไปกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในตลาดพลังงานระหว่างประเทศ สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายประเทศในกลุ่มอาเซียนกลับประสบกับการปรับขึ้นราคาที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน
เวียดนามกลายเป็นประเทศที่เผชิญกับการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเบนซินมากที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านปะทุขึ้น ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ในเวียดนามเพิ่มขึ้นเกือบ 50% จากประมาณ 0.75 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลิตร เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็น 1.13 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลิตร เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 หากเทียบเป็นเงินบาทไทย (สมมติอัตราแลกเปลี่ยน 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) ราคาดังกล่าวได้ปรับขึ้นจากประมาณ 27 บาทต่อลิตร เป็นประมาณ 40.68 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างมาก
ไม่เพียงเท่านั้น ประเทศเศรษฐกิจชั้นนำอย่างสิงคโปร์ก็ไม่รอดพ้นจากผลกระทบนี้ แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนในรายงาน แต่แหล่งข่าวจาก belanegara.co ชี้ว่าราคาน้ำมันในบางพื้นที่ของสิงคโปร์ได้พุ่งขึ้นไปแตะระดับที่เทียบเท่ากับ 58,000 รูเปียห์อินโดนีเซียต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์และสร้างความตกตะลึงให้กับผู้บริโภค การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในอัตราที่สูงลิ่วเช่นนี้ในหลายประเทศอาเซียน สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจภูมิภาคต่อความผันผวนของตลาดพลังงานโลก
สถานการณ์นี้กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในภูมิภาค ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรการรับมือของรัฐบาลแต่ละประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเตือนว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ ราคาเชื้อเพลิงอาจยังคงอยู่ในระดับสูง หรืออาจปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีก ซึ่งจะส่งผลกระทบลูกโซ่ต่ออัตราเงินเฟ้อและกำลังซื้อของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้