belanegara – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อ "นโยบายการนำเข้าเรือมือสอง" ซึ่งท่านมองว่ากำลังบั่นทอนศักยภาพของอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศอย่างรุนแรง แม้อินโดนีเซียจะเป็นประเทศหมู่เกาะที่มีพรมแดนติดทะเลกว้างใหญ่ไพศาล แต่กลับเลือกที่จะพึ่งพาผลิตภัณฑ์จากต่างชาติ ทำให้ภาคส่วนสำคัญนี้ต้องเผชิญกับภาวะชะงักงันอย่างน่าเสียดาย
นายปูร์บายาเน้นย้ำว่า การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการผลิตถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของชาติ และการปล่อยให้อุตสาหกรรมต่อเรือซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจเดินหน้าอย่างเชื่องช้า ย่อมส่งผลกระทบต่อเป้าหมายดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"ผมเพิ่งรู้ว่าคนของเราเก่งกาจขนาดไหน แต่เรากลับไม่ให้โอกาสพวกเขาด้วยนโยบายของเราเอง" นายปูร์บายากล่าวในการเสวนา Focus Group Discussion (FGD) ที่จัดโดยหอการค้าอินโดนีเซีย (Kadin Indonesia) ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อเร็วๆ นี้ คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความรู้สึกผิดหวังที่เห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อเรือของอินโดนีเซียต้องไร้เวทีแสดงฝีมือในบ้านเกิด
นายปูร์บายาชี้ว่า จุดอ่อนสำคัญของอุตสาหกรรมภายในประเทศไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของบุคลากร แต่เป็นเพราะการขาดแคลนคำสั่งซื้ออย่างหนัก อันเนื่องมาจากนโยบายที่ยังคงเปิดประตูต้อนรับการนำเข้าเรือมือสองจากต่างประเทศอย่างกว้างขวาง สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อเรือท้องถิ่นต้องสูญเสียโอกาสในการสร้างสรรค์และพัฒนาในประเทศของตนเอง
"คนเก่งๆ ของเราจึงไม่ได้รับงาน เพราะนโยบายของเราเอง ทั้งที่เราเป็นประเทศที่มีทะเลล้อมรอบถึงสี่ด้าน เป็นชาติทางทะเล แต่กลับไปซื้อเรือจากต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญของเราจึงไม่ได้รับโอกาส" รัฐมนตรีคลังกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความกังวลอย่างชัดเจน ท่านย้ำว่าถึงเวลาแล้วที่อินโดนีเซียจะต้องหันมาให้ความสำคัญและสนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเรือของตนเองอย่างจริงจัง เพื่อปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่และสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชาติ