belanegara – สถานการณ์ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้พวกเขามีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น พฤติกรรมนี้บีบให้แบรนด์ต่างๆ ต้องปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้เสนอโปรโมชั่น มาเป็นเสมือน "พันธมิตรด้านการใช้จ่าย" ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการใช้จ่าย เลือกสรรสินค้าที่มีคุณค่า และเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในทุกการทำธุรกรรมได้อย่างชาญฉลาด
ข้อมูลแนวโน้มการจับจ่ายในช่วงเทศกาลรอมฎอนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่สอดคล้องกัน โดยกิจกรรมการจับจ่ายจะพุ่งสูงสุดในช่วงประมาณสองสัปดาห์ก่อนและหลังเทศกาล อย่างไรก็ตาม รูปแบบการบริโภคในปัจจุบันได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการพิจารณาถึง "คุณค่า" และการวางแผนที่รอบคอบมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การซื้อตามกระแส

จากคำกล่าวของ คุณคุกุห์ ปราโยกิ ผู้อำนวยการธุรกิจองค์กรของ Infobip ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียในปัจจุบันไม่ได้มองหาแค่โปรโมชั่นอีกต่อไป แต่ยังพิจารณาถึงคุณค่าและความเกี่ยวข้องของสินค้าหรือบริการในการซื้อแต่ละครั้งอย่างถี่ถ้วน
"เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียมีความอ่อนไหวต่อราคา" คุณคุกุห์อธิบาย "ในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน พวกเขายิ่งเปรียบเทียบราคาอย่างกระตือรือร้น ใช้เวลาในการตัดสินใจก่อนซื้อนานขึ้น และเริ่มค้นคว้าข้อมูลล่วงหน้าก่อนเทศกาลรอมฎอน นั่นหมายความว่า แบรนด์ต่างๆ จะไม่สามารถพึ่งพาแค่การจัดโปรโมชั่นลดราคาครั้งใหญ่ได้อีกต่อไป แต่ต้องสามารถนำเสนอคุณค่าที่ ‘เกี่ยวข้อง’ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง"
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ผลักดันให้แบรนด์ต่างๆ หันมาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการจับจ่าย นำเสนอคำแนะนำส่วนบุคคล และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ตรงใจกับผู้บริโภค หากเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการเข้าถึงสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับอิทธิพลจากรูปแบบการบริโภคที่ชาญฉลาดและมีการวางแผนมากขึ้น
"ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียในขณะนี้ ไม่เพียงแต่ต้องการประสบการณ์ดิจิทัลที่รวดเร็วและสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังต้องการรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจความต้องการส่วนบุคคลของพวกเขาอย่างแท้จริง" คุณโยคีกล่าวเสริม "ดังนั้น กลยุทธ์การสื่อสารแบบ ‘หว่านแห’ หรือ ‘one for all’ จึงยิ่งยากที่จะประสบความสำเร็จ"