belanegara – ธนาคาร PT Bank Tabungan Negara (Persero) Tbk (BTN) ได้ประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจ โดยสามารถทำกำไรสุทธิได้สูงถึง 2.91 ล้านล้านรูเปียห์ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของการปล่อยสินเชื่อ และกลยุทธ์การระดมทุนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงท้าทาย
จากรายงานทางการเงินประจำเดือนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ BTN ระบุว่า กำไรสุทธิที่ 2.91 ล้านล้านรูเปียห์นี้ เพิ่มขึ้นถึง 21.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ปีต่อปี) ซึ่งในปีก่อนหน้าอยู่ที่ 2.40 ล้านล้านรูเปียห์ ตัวเลขที่น่าประทับใจนี้ตอกย้ำถึงศักยภาพของธนาคารในการสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง

การเติบโตของกำไรสุทธิดังกล่าว ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการขยายตัวของสินเชื่อและการเงินที่ BTN ปล่อยออกไป โดย ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ยอดสินเชื่อรวมอยู่ที่ 386.47 ล้านล้านรูเปียห์ เพิ่มขึ้น 8.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ 355.42 ล้านล้านรูเปียห์ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร
นอกจากนี้ BTN ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของเงินฝากจากบุคคลภายนอก (DPK) อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความพยายามของธนาคารในการเพิ่มแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินฝากต้นทุนต่ำ (CASA) ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ยอด DPK ของ BTN เพิ่มขึ้น 15.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 423.96 ล้านล้านรูเปียห์ จากเดิม 366.22 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการบริหารจัดการสภาพคล่อง
การเติบโตทั้งในส่วนของสินเชื่อและการเงิน รวมถึงเงินฝากจากบุคคลภายนอก ส่งผลให้สินทรัพย์รวมของ BTN เพิ่มขึ้น 12.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 503.99 ล้านล้านรูเปียห์ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 จาก 449.36 ล้านล้านรูเปียห์ในปีก่อนหน้า ที่สำคัญคือ ยอดสินทรัพย์รวมนี้ได้ทะลุเป้าหมายที่ 500 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งธนาคารได้ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปี 2568 ไปแล้ว สะท้อนถึงการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่วางไว้ก่อนกำหนด ความสำเร็จเหล่านี้ยืนยันถึงความแข็งแกร่งและทิศทางการเติบโตที่สดใสของ BTN ในตลาดการเงินอินโดนีเซีย