belanegara – นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้ออกมาเปิดเผยการคาดการณ์ที่สร้างความหวังให้กับตลาด โดยเชื่อมั่นว่าค่าเงินรูเปียห์ (IDR) จะกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) โดยคาดการณ์ว่ากระบวนการฟื้นตัวนี้จะเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และจะแข็งค่าแตะระดับ 16,800 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ภายในปี 2570 ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีหลังจากที่ค่าเงินรูเปียห์ได้หลุดพ้นจากระดับ 18,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาได้แล้วในปัจจุบัน
ตามเอกสารกรอบเศรษฐกิจมหภาคและนโยบายการคลังหลัก (KEM-PPKF) ซึ่งเป็นเสาหลักเบื้องต้นในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายรับรายจ่ายของรัฐ (RAPBN) ประจำปี 2570 ได้กำหนดกรอบอัตราแลกเปลี่ยนรูเปียห์ไว้ที่ระดับ 16,800 ถึง 17,500 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของค่าเงินในระยะยาว

“ค่าเงินรูเปียห์จะกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2569” นายปูร์บายากล่าวในการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการ XI ของสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569
นายปูร์บายาอธิบายว่า การอ่อนค่าของเงินรูเปียห์ในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจากปัจจัยหลักสามประการที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ แรงกระแทกจากความผันผวนของ sentiment ตลาดโลกที่กระตุ้นให้เกิดภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ รวมถึงแรงกดดันจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการทำธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม นายปูร์บายาเชื่อมั่นว่าความผันผวนเหล่านี้สามารถควบคุมและแก้ไขได้ ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายแบบผสมผสานและบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการไหลเข้าของเงินทุน
“รัฐบาลมองโลกในแง่ดีว่า ด้วยการทำงานร่วมกันและการประสานงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างนโยบายการคลัง การเงิน และภาคการเงิน ควบคู่ไปกับการปรับปรุงธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศจากรายได้ส่งออก (DHE) และการพัฒนาตลาดการเงินให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จะช่วยเสริมสร้างอุปทานเงินตราต่างประเทศภายในประเทศ และเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน” นายปูร์บายากล่าวทิ้งท้ายกับ belanegara.co