belanegara – ธนาคารกรุงเทพ (BNI) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ด้วยการปล่อยสินเชื่อวงเงินมหาศาลถึง 5 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท) ให้แก่ บริษัทประกันสินเชื่อแห่งอินโดนีเซีย (Jamkrindo) ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการค้ำประกันของ Jamkrindo โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันความเสี่ยงทางการเงิน (Kontra Bank Garansi) เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชน (UMKM) ตลอดจนโครงการสำคัญระดับชาติ
พิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวได้จัดขึ้น ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 โดยมี นาย Roekma Hari Adji ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายต่างประเทศและสถาบันการเงินของ BNI และ นาย Aribowo หัวหน้าฝ่ายความสัมพันธ์องค์กร II ของ Jamkrindo เป็นผู้ลงนาม โดยมี นาย Putrama Wahju Setyawan กรรมการผู้จัดการใหญ่ BNI, นาย Abu Santosa Sudradjat กรรมการผู้จัดการฝ่ายคลังและต่างประเทศ BNI, นาย Eko Setyo Nugroho กรรมการผู้จัดการฝ่ายองค์กร BNI และ นาย Abdul Bari กรรมการผู้จัดการฝ่ายองค์กรและบริการ พร้อมทั้งรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ Jamkrindo ร่วมเป็นสักขีพยาน

นาย Abu Santosa Sudradjat กรรมการผู้จัดการฝ่ายคลังและต่างประเทศ BNI กล่าวว่า การให้สินเชื่อวงเงินมหาศาลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองรัฐวิสาหกิจในการร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจของอินโดนีเซียให้เติบโตอย่างยั่งยืน “การให้สินเชื่อวงเงิน 5 ล้านล้านรูปีนี้ เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของ BNI และ Jamkrindo ในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย” นาย Abu Santosa กล่าว
นาย Abu Santosa อธิบายเพิ่มเติมว่า สินเชื่อประเภท Commercial Line นี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ Jamkrindo ในการออกหนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้กู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม SMEs และผู้รับเหมาโครงการสำคัญของรัฐบาล “เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง BNI และ Jamkrindo และสร้างประโยชน์โดยตรงให้แก่ SMEs ภาคธุรกิจ และภาคส่วนอื่นๆ ที่ต้องการใช้บริการค้ำประกัน” เขากล่าวเสริม
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างธนาคารและสถาบันค้ำประกันครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการฟื้นตัวและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยการสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อไปยังภาคการผลิตต่างๆ ผ่านกลไกการค้ำประกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจอินโดนีเซียให้ก้าวหน้าต่อไป