belanegara – กระทรวงการคลังประเทศไทยประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้ (ศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568) ว่าเงินทุนจำนวนมหาศาลถึง 200 ล้านล้านบาท ได้ถูกปล่อยสู่ระบบธนาคารของประเทศแล้ว สร้างความมั่นใจให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมาก การกระจายเงินทุนครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงิน โดยเงินทุนจำนวนดังกล่าวถูกจัดสรรไปยังธนาคารขนาดใหญ่ของรัฐบาลทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
นายพุรบายา ยุดธี สะเดวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวในงานแถลงข่าว ณ กระทรวงเศรษฐกิจว่า “นี่เป็นเพียงการประกาศสั้นๆ ตามที่ผมได้ให้คำมั่นไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเพิ่มเงินทุน 200 ล้านล้านบาท ขณะนี้ได้มีการตัดสินใจแล้ว และในช่วงบ่ายวันนี้ได้มีการโอนเงินแล้ว ผมขอรับรองว่าเงินทุนดังกล่าวได้เข้าสู่ระบบธนาคารในวันนี้”

การจัดสรรเงินทุนมีรายละเอียดดังนี้ ธนาคารกรุงเทพได้รับ 55 ล้านล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับ 55 ล้านล้านบาท ธนาคารกรุงไทยได้รับ 25 ล้านล้านบาท ธนาคารออมสินได้รับ 55 ล้านล้านบาท และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้รับ 10 ล้านล้านบาท
“เหตุผลที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้รับเงินทุนด้วยนั้น เนื่องจากเป็นธนาคารแห่งเดียวที่มีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้สามารถกระจายเงินทุนไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง” นายพุรบายา อธิบายเพิ่มเติม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า เงินทุนที่ถูกจัดสรรนี้มีความคล่องตัวสูง คล้ายกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และไม่มีกำหนดระยะเวลาการลงทุน นับเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนชาวไทย การกระจายเงินทุนครั้งนี้จึงถือเป็นข่าวดีและเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป