belanegara – กระทรวงการคลังประเทศไทยกำลังเร่งเครื่องยกระดับกลยุทธ์การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในงบประมาณปี 2569 โดยเน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลวิเคราะห์ (Data Analytics) และสื่อสังคมออนไลน์อย่างเต็มที่ เพื่อขยายฐานภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้สูงสุด นับเป็นการปฏิวัติวงการภาษีไทยครั้งสำคัญ
รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณอังคิโต อบิมันยุ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการ XI สภาผู้แทนราษฎร ว่า “การขยายฐานภาษีนั้นจะอาศัยข้อมูลวิเคราะห์และสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือหลัก” นโยบายนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานด้านการบริหารจัดการรายได้ของประเทศ โดยมุ่งหวังให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยุติธรรม และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ต่อไปนี้คือ 5 ข้อเท็จจริงสำคัญเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียในการจัดเก็บภาษีและบทบาทของ Marketplace ในการร่วมเก็บภาษี ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับรัฐบาล:
-
นโยบายการบริหารจัดการ: การใช้โซเชียลมีเดียและข้อมูลวิเคราะห์ในการตรวจสอบและจัดเก็บภาษี เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการบริหารจัดการรายได้ของรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ภาษีที่สูงขึ้น เป็นธรรม และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ นับเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บภาษีแบบเดิมๆ สู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
-
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก: รัฐบาลจะใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เพื่อตรวจจับพฤติกรรมการทำธุรกรรมที่อาจหลีกเลี่ยงภาษี เช่น การโฆษณาขายสินค้าหรือบริการบนแพลตฟอร์มต่างๆ โดยจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ
-
ความร่วมมือกับ Marketplace: แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์หรือ Marketplace จะมีบทบาทสำคัญในการร่วมมือกับรัฐบาลในการจัดเก็บภาษี โดยจะต้องรายงานข้อมูลการทำธุรกรรมของผู้ค้าบนแพลตฟอร์มให้กับทางการ ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบและการจัดเก็บภาษีทำได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น ลดช่องโหว่ในการเลี่ยงภาษี
-
การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ: การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี ลดความล่าช้า และลดต้นทุนในการดำเนินการ ทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำรายได้ไปใช้พัฒนาประเทศได้อย่างเต็มที่
-
ความโปร่งใสและความยุติธรรม: การใช้ระบบดิจิทัลในการจัดเก็บภาษี จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและความยุติธรรมในการจัดเก็บภาษี ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในระบบภาษีมากขึ้น และลดโอกาสในการทุจริตคอร์รัปชั่น
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย และเป็นการปูทางสู่ระบบการจัดเก็บภาษีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เราต้องติดตามกันต่อไปว่า กลยุทธ์นี้จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใดในปี 2569