belanegara – ตลาดทุนอินโดนีเซียกำลังสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ! จำนวนนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศได้พุ่งทะยานเกิน 20 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และความสำเร็จในการเข้าถึงการลงทุนของประชาชนวงกว้าง ข้อมูลล่าสุด ณ วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ระบุว่า จำนวนผู้มีรหัสประจำตัวนักลงทุน (Single Investor Identification – SID) ทะลุ 20,042,365 รายแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจและเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศ
ตัวเลขดังกล่าวแสดงถึงการเติบโตที่น่าทึ่งถึง 34.8% หรือเพิ่มขึ้น 5,170,726 SID จากจำนวน 14,871,639 SID ณ สิ้นปี 2567 ไม่เพียงเท่านั้น จำนวนนักลงทุนในตลาดหุ้นโดยเฉพาะก็มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน โดยพุ่งขึ้นไปแตะ 8,461,938 SID ซึ่งเพิ่มขึ้น 32.6% หรือ 2,080,494 SID เมื่อเทียบกับข้อมูลสิ้นปี 2567 ที่มีอยู่ 6,381,444 SID

คุณเจฟฟรีย์ เฮนดริก ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาของตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (BEI) ได้กล่าวเน้นย้ำว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากความมุ่งมั่นในการให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อตลาดทุนอินโดนีเซียที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
คุณเจฟฟรีย์ชี้ให้เห็นว่า การเติบโตของจำนวนนักลงทุนในตลาดทุนอินโดนีเซียแสดงให้เห็นว่า ความพยายามในการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน การเข้าถึงการลงทุน การกระตุ้นการมีส่วนร่วม และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการให้ความรู้ ซึ่งดำเนินการโดย BEI นั้นได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ
"เราเห็นว่าความสนใจในการลงทุนของประชาชนนั้นครอบคลุมและกระจายตัวมากขึ้น เพราะตอนนี้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาด้านการลงทุนได้จากหลากหลายภูมิภาคทั่วอินโดนีเซีย" คุณเจฟฟรีย์กล่าวในแถลงการณ์ข่าวที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568
ความสำเร็จนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากบทบาทสำคัญของเครือข่ายการให้ความรู้ของ BEI ที่กระจายอยู่ทั่วอินโดนีเซีย ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การลงทุน (Galeri Investasi – GI) เกือบ 1,000 แห่ง และสำนักงานตัวแทนของ BEI 29 แห่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (OJK) องค์กรกำกับดูแลตนเอง (Self-Regulatory Organization) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดทุนอื่นๆ ทั้งหมด
คุณเจฟฟรีย์ย้ำว่า การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการให้ความรู้ที่ครอบคลุมและกระจายตัว ทำให้การเข้าถึงความรู้ทางการเงินและโอกาสในการเริ่มต้นการลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองใหญ่ๆ อีกต่อไป แต่ได้ขยายไปทั่วทุกภูมิภาคของอินโดนีเซียอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาตลาดทุนของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง.