belanegara – กระทรวงการคลังไทยประกาศฉีดเงินก้อนโต 2 แสนล้านบาทเข้าสู่ระบบธนาคาร 6 แห่ง เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญ นายพุรบายา ยุดธี สะเดวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐบาลพร้อมเพิ่มวงเงินสนับสนุนอีก
การตัดสินใจปล่อยเงินก้อนมหาศาลครั้งนี้ มาจากเงินสำรองของรัฐบาลที่ฝากไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4.4 แสนล้านบาท "เงินเรามีอยู่ที่ ธปท. 4.4 แสนล้านบาท ผมเอาออกมาครึ่งหนึ่ง ก็แค่นั้นแหละ อย่าให้มันนอนนิ่งอยู่เฉยๆ แต่ถ้าไม่พอ เราเพิ่มได้อีก เพราะเงินของเราก็เข้ามาเรื่อยๆ ทั้งภาษี และรายได้อื่นๆ" นายพุรบายา กล่าวกับสื่อมวลชนที่รัฐสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2568

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่รัฐบาลออกพันธบัตรรัฐบาลหรือจัดเก็บภาษี เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเศรษฐกิจขาดสภาพคล่อง
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ธนาคารที่ได้รับเงินก้อนนี้ ห้ามนำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย "ธนาคารจะใช้เงินอย่างไรก็ได้ ที่สำคัญคือ สภาพคล่องต้องไหลเวียนในระบบ" นายพุรบายา กล่าวเสริม
การฉีดเงินก้อนใหญ่เข้าสู่ระบบธนาคารครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการที่น่าจับตามอง ว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ และรัฐบาลจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา การติดตามผลลัพธ์ของมาตรการนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศไทย
