belanegara – ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทองคำยังคงพิสูจน์ตัวเองในฐานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความไว้วางใจ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่ความต้องการทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ที่ผ่านมา
รายงาน Gold Demand Trends จากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ระบุว่า ความต้องการทองคำในอินโดนีเซียพุ่งสูงถึง 15 ตันในไตรมาสที่ 2 ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดถึง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้ทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขความต้องการจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่การเข้าถึงทองคำสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ยังคงมีอุปสรรค นายเคลวิน ทิโมเทียส (Kelvin Timotius) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจผู้บริโภคของ GoPay เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า กลุ่มคนอายุระหว่าง 25-30 ปี ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดหลายประการในการลงทุนทองคำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลาที่ต้องเดินทางไปยังหน้าร้านทอง การขาดแคลนทองคำแท่งในตลาด รวมถึงความกังวลด้านความปลอดภัยจากการสูญหายหรือการถูกโจรกรรม
จากข้อมูลดังกล่าว belanegara.co วิเคราะห์ว่า ความท้าทายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่าง "ความต้องการที่สูงขึ้น" กับ "ความสะดวกในการเข้าถึง" เพื่อดึงดูดนักลงทุนรุ่นใหม่ให้เข้ามาในตลาดมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้โจทย์นี้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการพัฒนาบริการ "GoPay Emas Digital by Treasury" ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ PT Indonesia Logam Pratama ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อและขายทองคำดิจิทัลได้ทันทีในราคาที่จับต้องได้ ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ โดยสามารถแยกบัญชีการลงทุนออกจากบัญชีใช้จ่ายรายวัน เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและลดความเสี่ยงในการถือครองทองคำในรูปแบบกายภาพ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว