Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
- หูหนวกพูดไม่ได้ ไม่ใช่อุปสรรค! เธอคนนี้สร้างอาณาจักรแฟชั่นสุดหรูจากศูนย์ พร้อมเคล็ดลับพลิกชีวิตจาก LinkUMKM BRI
- จับตา! จาการ์ตาเตรียมปฏิวัติการเดินทางเหนือ: โปรเจกต์ยักษ์ MRT สู่ ‘โกตาตูวา’ และ KRL ไฟฟ้า ปลุกเศรษฐกิจและท่องเที่ยวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า!
- ถอดรหัสความสำเร็จ! BRI หนุน SME แฟชั่นอินโดฯ ปั้นผ้าโบราณสู่เทรนด์โลก ทำเงินมหาศาล!
- เปิดวาร์ป! เคนเน็ต ไอช์ฮอร์น: วันเดอร์คิด 16 ปี ที่แมนซิตี้และยักษ์ใหญ่ยุโรปเปิดศึกแย่งชิงตัว!
- ด่วนจี๋! รมว.คลัง ‘ปุรบายา’ สั่งเร่งรับเด็กจบ ม.ปลาย 300 คน เสริมทัพกรมศุลฯ ลงสนามจริง เม.ย.นี้! มีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญ?
- ฟิออเรนติน่า ‘พิการ’ บุกลอนดอน! ไร้ ‘คีน’ ดาวยิงตัวเก่ง – สัญญาณหายนะที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค หรือโอกาสพิสูจน์ใจ?
- เปิดเบื้องลึก! ปราโบโวแซวทายาทบากรีกลางงานประวัติศาสตร์ ชี้อนาคตพลังงานหมุนเวียนอินโดนีเซียพลิกโฉมเศรษฐกิจชาติ
- ปริศนาบุกค้น! กระทรวงโยธาฯ ถูกอัยการจาการ์ตาเข้าตรวจ รมต.โดดี้ลั่น ‘ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ’ คดีลับอะไรกำลังจะถูกเปิดโปง?
Penulis: Annas
belanegara – ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ QRIS ระบบสแกนจ่าย QR Code มาตรฐานแห่งชาติที่เปลี่ยนโฉมหน้าการทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศอินโดนีเซีย? หลายคนอาจสงสัยว่าใครคือผู้ริเริ่มและพัฒนาเทคโนโลยีที่สะดวกสบายและรวดเร็วนี้ คำตอบนั้นอาจจะไม่ใช่แค่ชื่อบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมืออันทรงพลังของหน่วยงานสำคัญของประเทศ QRIS หรือ Quick Response Code Indonesian Standard เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ตรงกับวันฉลองครบรอบวันประกาศอิสรภาพของอินโดนีเซีย ครั้งที่ 74 โดยเป็นความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia – BI) และสมาคมระบบการชำระเงินอินโดนีเซีย (Asosiasi Sistem Pembayaran Indonesia – ASPI) Gambar Istimewa : img.okezone.com เป้าหมายหลักของการเปิดตัว QRIS คือการรวมระบบการชำระเงินดิจิทัลต่างๆ ที่เคยกระจัดกระจายและแตกต่างกัน เช่น GoPay, OVO, DANA, LinkAja และอื่นๆ ให้มาอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายและใช้งานได้อย่างทั่วถึงในประเทศ นับเป็นการปฏิวัติวงการการเงินดิจิทัลของอินโดนีเซียอย่างแท้จริง คุณ Perry Warjiyo ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย ได้กล่าวถึงแนวคิดหลักของ QRIS โดยใช้คำว่า "UNGGUL" ซึ่งย่อมาจาก UNiversal (สากล), Gampang (ง่าย), Untung (ได้ประโยชน์), และ Langsung (ทันที) สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบการชำระเงินที่ง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย และส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับประชาชนทุกกลุ่มในอินโดนีเซีย ทำให้ QRIS ไม่ใช่แค่ระบบการชำระเงิน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างธนาคารกลางและสมาคมระบบการชำระเงิน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนเชิงกลยุทธ์และการทำงานร่วมกันของภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประเทศอื่นๆ ในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินเพื่อประโยชน์ของประชาชน และนี่คือเบื้องหลังความสำเร็จของ QRIS ระบบการชำระเงินที่เปลี่ยนแปลงวงการธุรกรรมดิจิทัลของอินโดนีเซียไปอย่างสิ้นเชิง
belanegara – กรุงจาการ์ตาสร้างความฮือฮาด้วยการปรับลดอัตราภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ลงอย่างไม่คาดคิด นับเป็นข่าวใหญ่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและกระเป๋าเงินของประชาชนชาวจาการ์ตา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลนั้นสูงถึง 10% แต่ล่าสุดทางรัฐบาลจังหวัดจาการ์ตาได้ประกาศลดอัตราภาษีดังกล่าวลงอย่างเป็นทางการแล้ว หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (PBBKB) คืออะไร ภาษีนี้เป็นการเก็บภาษีจากการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้จัดจำหน่ายไปยังผู้บริโภค นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่เราเติมน้ำมัน ก็จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นภาษีนี้ไปยังรัฐบาล Gambar Istimewa : img.okezone.com การตัดสินใจลดอัตราภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งนี้ของรัฐบาลจังหวัดจาการ์ตาถือเป็นมาตรการผ่อนคลายภาระให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องแบกรับภาระภาษีที่สูงถึง 10% แล้วอัตราภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงในจาการ์ตาปัจจุบันเป็นเท่าไหร่กันแน่? มาดูข้อเท็จจริงกัน: ลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงจาก 10% เหลือ 5%! ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา คุณปรามาโน อานุง ได้ประกาศลดอัตราภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลลงเหลือ 5% และสำหรับรถยนต์สาธารณะเหลือเพียง 2% โดยนโยบายนี้จะถูกประกาศอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ การปรับลดภาษีครั้งนี้คาดว่าจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในกรุงจาการ์ตาได้เป็นอย่างมาก และอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการบริโภคและการลงทุน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบในระยะยาวต่อไป ว่าการลดภาษีครั้งนี้จะส่งผลดีหรือผลเสียต่อเศรษฐกิจของกรุงจาการ์ตาในภาพรวมอย่างไร และรัฐบาลจะมีมาตรการอื่นๆ รองรับหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าการลดภาษีครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่องบประมาณของรัฐบาลจังหวัด ข่าวนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และเราจะติดตามรายงานความคืบหน้าต่อไป เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนให้กับท่านผู้อ่าน โดย belanegara.co
belanegara – ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ ใครๆ ก็อยากมีรายได้เสริม และแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้ได้เงินเข้ากระเป๋า DANA ก็กลายเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่แอปฯ ไหนกันแน่ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้? belanegara.co ได้รวบรวม 10 แอปฯ ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมให้คุณสร้างรายได้เสริมได้อย่างมั่นใจ ลองมาดูกันเลย! การเลือกใช้แอปพลิเคชั่นที่สร้างรายได้ ความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง ดังนั้น นี่คือ 10 แอปฯ ที่คุณสามารถไว้วางใจได้: Gambar Istimewa : img.okezone.com NeoBank: แอปฯ ธนาคารดิจิทัล neobank by BNC มอบโบนัสเงินสดให้กับผู้ใช้งานใหม่ และยังมีโปรแกรมแนะนำเพื่อนที่น่าสนใจ ช่วยให้คุณได้รับเงินเพิ่มอีกด้วย Snack Video: แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากรัฐบาลอินโดนีเซีย เพียงแค่ดูวิดีโอ ทำภารกิจรายวัน และชวนเพื่อน คุณก็จะได้รับคะแนนสะสม แลกเป็นเงินเข้า DANA ได้เลย (แอปฯ ที่ 3-10): (ในส่วนนี้ ควรเพิ่มรายชื่อแอปพลิเคชั่นอีก 8 แอปพลิเคชั่น พร้อมรายละเอียดสั้นๆ เกี่ยวกับวิธีการสร้างรายได้ ควรเน้นแอปฯ ที่มีความน่าเชื่อถือ และมีการตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อให้บทความมีความน่าสนใจ และครบถ้วน ตัวอย่างเช่น แอปฯ เกม แอปฯ ทำแบบสอบถาม แอปฯ ช้อปปิ้ง ฯลฯ) ควรระบุวิธีการรับเงิน เช่น รับเงินผ่านระบบโอน หรือรับเป็นคะแนนสะสมแลกเป็นเงินสด เพื่อความชัดเจน การเลือกใช้แอปพลิเคชั่นเหล่านี้ ควรศึกษาเงื่อนไขและข้อตกลงอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับเงินอย่างปลอดภัย และถูกต้องตามกฎหมาย อย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแอปพลิเคชั่นก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ก่อนตัดสินใจใช้แอปพลิเคชั่นใดๆ (ส่วนนี้ควรเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการระมัดระวังในการใช้แอปพลิเคชั่น เช่น อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ ตรวจสอบความปลอดภัยของแอปฯ ก่อนใช้งาน ฯลฯ)
belanegara – ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับระบบการชำระเงินผ่าน QR Code ในประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะ QRIS (Quick Response Code Indonesian Standard) กำลังก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสหรัฐอเมริกา รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่านโยบาย QRIS และ Gerbang Pembayaran Nasional (GPN) ของอินโดนีเซีย อาจจำกัดการเข้าถึงตลาดการชำระเงินดิจิทัลของบริษัทต่างชาติ ซึ่งขัดต่อหลักการการค้าเสรี แต่แท้จริงแล้ว ใครกันคือผู้คิดค้นระบบการชำระเงินที่ทรงพลังนี้ ที่กำลังก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ? จากการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 belanegara.co พบว่า Masahiro Hara คือบุคคลสำคัญเบื้องหลังนวัตกรรมการชำระเงินผ่าน QR Code ในปี 1994 Hara ซึ่งทำงานอยู่ที่ Denso Wave (บริษัทในเครือ Toyota) ได้พัฒนา QR Code ขึ้นเพื่อใช้ในการติดตามชิ้นส่วนรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ Gambar Istimewa : img.okezone.com จุดเด่นของ QR Code ที่ Hara คิดค้นขึ้น คือความสามารถในการอ่านได้จากทุกทิศทาง ทนทานต่อความเสียหาย และมีความจุในการเก็บข้อมูลมากกว่าบาร์โค้ดแบบเดิมๆ นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้น แต่ยังได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบการชำระเงินดิจิทัลที่แพร่หลายไปทั่วโลกในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของเทคโนโลยีนี้กลับนำมาซึ่งความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับท่าทีของสหรัฐอเมริกาที่แสดงความกังวลต่อการจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทต่างชาติ เรื่องราวทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการพัฒนาเทคโนโลยีและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และยังคงเป็นประเด็นที่น่าติดตามต่อไปว่าความขัดแย้งนี้จะคลี่คลายลงอย่างไร
belanegara – กระแสเงินลงทุนจากประเทศเกาหลีใต้ไหลทะลักเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีมูลค่าสูงถึง 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30 ล้านล้านบาท สร้างความฮือฮาให้กับวงการเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก นายอาลีลางกะ ฮาร์ทาร์โต้ รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของไทย เปิดเผยข้อมูลสำคัญนี้หลังจากร่วมประชุมกับกลุ่มนักธุรกิจเกาหลีใต้จากสมาคมอุตสาหกรรมเกาหลี (FKI) ณ พระราชวังอิสตานา เมอร์เดกา กรุงจาการ์ตา เมื่อวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มพูนจากการลงทุนที่มีอยู่เดิม โดยนายอาลีลางกะกล่าวว่า "การลงทุนจาก 19 กลุ่มบริษัทเกาหลีใต้ มีมูลค่าเกือบ 15.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะมีการลงทุนเพิ่มเติมอีก 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นมูลค่าการลงทุนในรูปเงินรูปีห์แล้ว สูงถึง 269 ล้านล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นอีก 30 ล้านล้านบาท" Gambar Istimewa : img.okezone.com ในที่ประชุมดังกล่าว ตัวแทนจาก 19 บริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้ได้รายงานความคืบหน้าของการลงทุนในไทย โดยบริษัท Lotte Chemical เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากโรงงานปิโตรเคมีของบริษัทมีกำหนดเปิดตัวในเดือนกันยายนหรือตุลาคมปีนี้ และยังเสนอโอกาสให้ไทยเข้าร่วมลงทุนในโครงการนี้ด้วย นายอาลีลางกะกล่าวว่า "ประธานาธิบดีเห็นชอบในหลักการให้ไทยเข้าร่วมโครงการนี้ และมอบหมายให้ Danantara ศึกษาและดำเนินการตามขั้นตอนการลงทุนต่อไป" นอกจาก Lotte Chemical แล้ว ยังมีกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่รายอื่นๆ อีกมากมายที่ได้รายงานความสำเร็จและแผนการลงทุนในอนาคต เช่น KB Financial Group ผู้บริหารธนาคาร Bukopin ที่รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทำกำไรติดต่อกัน 4 ปี Hyundai Motor Group ก็รายงานการดำเนินงานที่ดีเช่นกัน ขณะที่ POSCO Holdings ได้เปิดเผยแผนการขยายความร่วมมือกับ Krakatau Steel ในโครงการ Pohang Steel โดยนายอาลีลางกะกล่าวว่า "พวกเขาจะเข้าสู่เฟสที่สอง โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตสูงถึง 10 ล้านตัน เฟสแรกเสร็จสมบูรณ์แล้ว และเฟสที่สองจะบูรณาการการดำเนินงานให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น" บริษัทอื่นๆ เช่น EcoPro ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนอย่างแข็งแกร่ง…
belanegara – ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากกรณีที่ภาพถ่ายของทหารหน่วยรบพิเศษ (Kopassus) ร่วมเฟรมกับนายเฮอร์คิวลิส โรสซาริโอ มาร์แชล ประธานพรรค GRIB Jaya สร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง พลเอกจอน อัฟเรียนดี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณชนแล้ว การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหล่าทหารผ่านศึก Kopassus และครอบครัวของทหารหน่วยรบพิเศษ ซึ่งต่างรู้สึกผิดหวังต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของพฤติกรรมทหารเหล่านั้น แต่เบื้องหลังความขอโทษครั้งนี้ มีคำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้ นั่นคือ พลเอกจอน อัฟเรียนดี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ มีทรัพย์สินมากมายขนาดไหน? belanegara.co ขอพาไปเจาะลึกข้อมูลจากรายการแสดงบัญชีทรัพย์สิน (LHKPN) ของคณะกรรมการปราบปรามการทุจริต (KPK) ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 Gambar Istimewa : img.okezone.com มหาเศรษฐีในเครื่องแบบ? เปิดเผยรายละเอียดทรัพย์สินของ พลเอกจอน อัฟเรียนดี จากเอกสาร LHKPN ที่ยื่นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 พบว่า พลเอกจอน อัฟเรียนดี มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 7,679,500,000 รูปี หรือประมาณ 7.67 พันล้านรูปี ในขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่าสูงถึง 2,223,500,000 รูปี หรือประมาณ 2.22 พันล้านรูปี กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ อาทิ เมืองบกอร์ จังหวัดอาเจะห์ และนาแกนรายา การเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินของผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษในครั้งนี้ สร้างความสนใจอย่างมากในหมู่ประชาชน และเป็นประเด็นที่น่าจับตามองต่อไป ว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยรบพิเศษและกองทัพอย่างไร รวมถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการบริหารจัดการทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ระดับสูงต่อไป
belanegara – รัฐบาลไทย ผ่านกระทรวงพลังงาน กำลังเร่งดำเนินโครงการก๊าซธรรมชาติสำหรับครัวเรือน (Jargas) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ การเร่งสร้างโครงข่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับบ้านเรือนจะช่วยลดภาระการอุดหนุน LPG 3 กิโลกรัม โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ชี้แจงว่า อุปสรรคสำคัญในการดำเนินโครงการ Jargas คือโครงสร้างพื้นฐานการกระจายก๊าซที่จำกัดและอุปกรณ์แปลงก๊าซที่ผู้บริโภคยังมีอยู่น้อย นอกจากนี้ การลงทุนในการสร้างสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (SPBG) ยังถือว่าไม่น่าสนใจและไม่คุ้มค่าสำหรับนักลงทุน Gambar Istimewa : img.okezone.com "และที่สำคัญ งบประมาณสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินสำหรับโครงการนี้ยังมีอยู่อย่างจำกัด" เขา กล่าวที่กรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 ลดการนำเข้า LPG ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นของภาคอุตสาหกรรม ปุ๋ย ไฟฟ้า และ LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) ในขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับ Jargas ยังต่ำมาก ต่ำกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของการจัดหาก๊าซในประเทศทั้งหมด แต่เขาย้ำว่า โครงการ Jargas มีประโยชน์อย่างมาก หนึ่งในนั้นคือ โครงการนี้สามารถลดการนำเข้า LPG ของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าในปี 2567 จะสูงถึง 6.91 ล้านเมตริกตัน การนำเข้า LPG จำนวนมากนี้เป็นภาระต่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศ นอกจากนี้ การใช้ก๊าซธรรมชาติในโครงการ Jargas ยังสามารถเพิ่มการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยที่มีอยู่มากมายอีกด้วย
belanegara – นายโรซาน โรสลานี ซีอีโอของ บริษัท บริหารการลงทุน ดานันตารา (Daya Anagata Nusantara) ได้เปิดเผยถึงปรัชญาการบริหารงาน "3K" ต่อหน้าพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากปรัชญา "AKHLAK" ของรัฐวิสาหกิจ โดย "3K" ย่อมาจาก คุณลักษณะ (Karakter) ความสามารถ (Kompetensi) และ ความมุ่งมั่น (Komitmen) ในการประชุม Townhall ของ ดานันตารา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 นายโรซานได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของ "3K" ต่อความสำเร็จของ ดานันตารา และรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ว่า "ดานันตารา และรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง จำเป็นต้องยึดมั่นในหลักการ 3K คือ คุณลักษณะ ความสามารถ และความมุ่งมั่น ท่านรองนายกฯครับ" Gambar Istimewa : img.okezone.com นายโรซานอธิบายเพิ่มเติมว่า คุณลักษณะที่สำคัญของผู้นำรัฐวิสาหกิจ คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นมืออาชีพ และการยึดมั่นในหลักการของรัฐธรรมนูญและอุดมการณ์ของชาติ "คุณลักษณะ ผู้นำของรัฐวิสาหกิจทุกแห่งต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต" เขากล่าวเสริม การเปิดเผยปรัชญา "3K" ของ ดานันตารา ในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความแตกต่างและน่าจับตามองในวงการธุรกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับปรัชญา "AKHLAK" ของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการบริหารงาน และได้รับความสนใจจากผู้นำระดับสูงของประเทศ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ ดานันตารา ในการสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้กับองค์กร และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
belanegara – บริษัท Pelindo Terminal Petikemas (SPTP) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Pelindo Group ประกาศผลการชำระภาษีและเงินสมทบต่างๆ ให้กับรัฐบาลประจำปี 2567 สูงถึง 1.94 ล้านล้านรูเปียห์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยรายละเอียดการชำระเงินประกอบด้วย ภาษี 1.69 ล้านล้านรูเปียห์ รายได้แผ่นดินนอกเหนือจากภาษี (PNBP) 70.55 พันล้านรูเปียห์ และเงินค่าสัมปทาน 175.80 พันล้านรูเปียห์ Widyaswendra ผู้บริหารฝ่ายสื่อสารองค์กรของ SPTP กล่าวว่า การชำระภาษีและเงินสมทบต่างๆ ให้กับรัฐบาลอย่างครบถ้วนและตรงตามกำหนด เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและความร่วมมืออย่างเต็มที่กับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน (APBN) เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน Gambar Istimewa : img.okezone.com "การชำระเงินทั้งหมด 1.94 ล้านล้านรูเปียห์ นั้นรวมถึงบริษัทในเครือทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การบริหารของ Pelindo Terminal Petikemas" Widyaswendra กล่าวเสริมในวันจันทร์ที่ 28 เมษายน ภาษีเงินได้นิติบุคคล (PPh) เป็นรายการที่สูงที่สุดในจำนวนภาษีที่ชำระทั้งหมด โดยมีมูลค่าสูงถึง 992.27 พันล้านรูเปียห์ ตามมาด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม (PPN) 641.25 พันล้านรูเปียห์ และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (PBB) 64.13 พันล้านรูเปียห์ น่าสังเกตว่า จำนวนเงินที่ชำระให้กับรัฐบาลในปี 2567 นี้ เพิ่มขึ้นถึง 28% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีการชำระเงินทั้งหมด 1.51 ล้านล้านรูเปียห์ ทางด้านกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย รายงานว่า รายได้ของรัฐบาลในปี 2567 สามารถทำได้ถึง 2.8425 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 101.4% ของเป้าหมายในงบประมาณแผ่นดิน โดยมีการเติบโตทางบวกถึง 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนรายได้จากภาษีนั้นทำได้ถึง 1.9324 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 100.5% ของเป้าหมาย เติบโต 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน…
belanegara – บริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำ MNC Asset Management ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับมหาวิทยาลัยบินาวัน ในโครงการกองทุนเพื่อการศึกษา หรือ Endowment Fund โดยมุ่งสนับสนุนการศึกษาอย่างยั่งยืน รวมถึงการมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่มีฐานะยากจน นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้เป็นรูปธรรมจากการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ระหว่าง นายดิมาส อาดิทยา อาริอาดี ผู้อำนวยการ MNC Asset Management และรองศาสตราจารย์ ดร. ฟารุก อับดุลลาห์ อัลวินี รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและทรัพยากร มหาวิทยาลัยบินาวัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเยาวชนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก Gambar Istimewa : img.okezone.com นายดิมาส อธิบายว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความริเริ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการศึกษาขั้นสูงในประเทศไทย และ MNC Asset Management มีแผนขยายโครงการนี้ไปยังสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีศักยภาพสูงทั่วประเทศไทยได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่ดีขึ้น “นี่เป็นเพียงหนึ่งในโครงการที่เราดำเนินการ และเรามีแผนที่จะขยายไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ อีกมากมาย เพราะเรารู้ว่ามีนักศึกษามากมายทั่วประเทศไทยที่มีศักยภาพสูงมาก” นายดิมาส กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 ผ่านโครงการนี้ MNC Asset Management หวังที่จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างวงการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความสามารถและความสามารถในการแข่งขันสูง ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเวทีโลกอีกด้วย นับเป็นการลงทุนระยะยาวที่สร้างผลตอบแทนด้านคุณภาพชีวิตและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเยาวชนไทย และยกระดับประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป