belanegara – สถานการณ์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในขณะนี้เรียกได้ว่าเข้าขั้น "วิกฤตขั้นสุด" หลังจากผลการแข่งขันล่าสุดทำให้ทัพ "ปีศาจแดง" ต้องลุ้นระทึกกับการหนีตกชั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026-2027 หลังจากพ่ายแพ้ให้กับเชลซี และต้องมาเจอกับฝันร้ายซ้ำสองเมื่อโคเวนทรี ซิตี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนแซงหน้าขึ้นไปในตารางคะแนน
ในเกมเปิดสนามที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล คาร์ริค บุกไปพ่ายให้กับเชลซีถึง 0-2 ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ส่งผลให้สถิติไม่ชนะใครในลีกติดต่อกันขยับขึ้นเป็น 9 นัด ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา

แม้ในช่วงครึ่งแรก บรูโน แฟร์นันเดส จะมีโอกาสทองในการทำประตูหลายครั้ง แต่ความเฉียบคมที่ขาดหายไปทำให้ทีมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้ จนกระทั่งในครึ่งหลัง ความผิดพลาดก็เกิดขึ้นเมื่อ มอร์แกน โรเจอร์ส โชว์ทักษะลากเลื้อยทำประตูให้เชลซีนำก่อน ตามด้วยจุดโทษจาก โคล พาลเมอร์ ที่ตอกย้ำความพ่ายแพ้ นอกจากนี้ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามหลังทำฟาวล์หนักใส่ เวสลีย์ โฟฟาน่า ทำให้สถานการณ์ของทีมยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
ความโชคร้ายของปีศาจแดงยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อโคเวนทรี ซิตี้ สามารถเอาชนะซันเดอร์แลนด์ไปได้ 3-1 ส่งผลให้โคเวนทรีทะยานแซงหน้าทีมยักษ์ใหญ่ผู้ครองแชมป์ลีก 20 สมัยอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ในตารางคะแนนชั่วคราวทันที โดยปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด มีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น หลังจากเก็บชัยชนะได้เพียง 2 นัดจากการลงสนามทั้งหมด 13 นัดในทุกรายการ
ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้าใส่ ไมเคิล คาร์ริค กุนซือที่กำลังเผชิญกับฤดูกาลแรกแบบเต็มตัว เขายังคงพยายามรักษาความเชื่อมั่นและมองโลกในแง่ดี โดยกล่าวถึงความผิดพลาดในเกมล่าสุดว่า "ฟอร์มการเล่นของเราในสองครึ่งเวลาช่างแตกต่างกันเหลือเกิน เราคุมสถานการณ์ได้ดีในช่วงพักครึ่ง แต่กลับมาทำลายมันด้วยตัวเองในครึ่งหลัง"
อย่างไรก็ตาม คาร์ริคยืนยันว่าเขายังคงพร้อมที่จะนำทัพปีศาจแดงลงทำศึกสำคัญในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เพื่อพบกับ เอเอส โรม่า ในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญในการกอบกู้ศรัทธาของแฟนบอลกลับคืนมา ตามรายงานจาก belanegara.co