นายอากุสมาน หัวหน้าผู้บริหารฝ่ายกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร บริษัทร่วมลงทุน สถาบันการเงินรายย่อย และสถาบันบริการทางการเงินอื่น ๆ ของ OJK ได้เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า แหล่งเงินทุนจากต่างประเทศมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตนี้ โดยมียอดคงค้างสูงถึง 17.28 ล้านล้านรูเปียห์ ณ เดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจถึง 34.18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วนถึง 16.43% ของยอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งหมดของอุตสาหกรรมฟินเทคเลนดิ้ง
การเติบโตที่แข็งแกร่งนี้ ตอกย้ำถึงศักยภาพและเสน่ห์ของตลาดฟินเทคเลนดิ้งในอินโดนีเซียที่ยังคงดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนและผู้ให้กู้จากต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนายอากุสมานกล่าวเสริมว่า "การเพิ่มขึ้นของเงินทุนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมฟินเทคเลนดิ้งในอินโดนีเซียยังคงเป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ให้กู้จากต่างประเทศ"

ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความคึกคักของเศรษฐกิจดิจิทัลอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดนี้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของสินเชื่อดิจิทัลก็มาพร้อมกับความท้าทายในการกำกับดูแล เพื่อให้มั่นใจว่าการขยายตัวนี้จะเป็นไปอย่างยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย