belanegara – นโยบายการหักภาษีจากการเบิกเงินประกันบำนาญยามชรา (JHT) ของ BPJS Ketenagakerjaan กำลังเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มแรงงานที่มองว่าไม่เป็นธรรม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดและภัยคุกคามจากการเลิกจ้าง แม้รัฐบาลจะส่งสัญญาณทบทวนการบังคับใช้ทางเทคนิค แต่หน่วยงานสรรพากรยืนยันว่านี่คือกฎระเบียบเก่าที่ใช้มานานแล้ว ประเด็นนี้กำลังสร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง และนี่คือ 6 ข้อเท็จจริงสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่จับตาในสังคมอินโดนีเซีย ตามรายงานของ belanegara.co เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2026:
-
แรงงานไม่ยอมรับการหักภาษีเงิน JHT
แกนนำแรงงานและสหภาพแรงงานต่างออกมาคัดค้านนโยบายการหักภาษีเงินได้แบบเหมาจ่าย 5% สำหรับยอดเงิน JHT ที่เกิน 50 ล้านรูเปียห์ รวมถึงอัตราภาษีก้าวหน้าสำหรับการเบิกจ่ายส่วนที่เกินกว่านั้น คุณมิราห์ สุมิรัต ประธานสมาคมสหภาพแรงงานทั่วอินโดนีเซีย (Aspirasi) ยืนยันหนักแน่นว่า เงิน JHT คือสิทธิอันชอบธรรมของแรงงาน ซึ่งมาจากเงินเดือนที่ถูกหักสะสมตลอดช่วงเวลาการทำงาน ไม่ใช่เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแต่อย่างใด -
ความรู้สึกไม่เป็นธรรม: จ่ายภาษีซ้ำซ้อน
คุณมิราห์ชี้ว่านโยบายนี้ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง เพราะแรงงานได้จ่ายภาษีไปแล้วหลายต่อ ตั้งแต่สมัยที่ยังทำงานอยู่ผ่านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PPh 21) และยังรวมถึงการจ่ายภาษีทางอ้อมผ่านการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน การที่เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่ควรจะเป็นหลักประกันยามเกษียณต้องถูกหักภาษีซ้ำอีกครั้ง จึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และสร้างความรู้สึกเหมือนถูก "รีดไถ" ซ้ำซ้อน -
JHT คือหลักประกัน ไม่ใช่รายได้พิเศษ
สำหรับแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่เผชิญกับการเลิกจ้างหรืออยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก เงิน JHT เปรียบเสมือนตาข่ายนิรภัยสุดท้ายที่จะช่วยประคองชีวิตและครอบครัว การมองว่าเงินก้อนนี้เป็น "รายได้" ที่ต้องเสียภาษี จึงขัดแย้งกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมของโครงการที่ต้องการเป็นหลักประกันความมั่นคงในยามชราหรือเมื่อต้องออกจากงาน -
รัฐบาลรับปากทบทวน แต่ความกังวลยังคงอยู่
แม้รัฐบาลจะออกมาระบุว่าจะทบทวนการบังคับใช้ทางเทคนิคของนโยบายนี้ แต่แรงงานยังคงเรียกร้องให้มีการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับผู้ที่กำลังลำบาก ความไม่ชัดเจนในการทบทวนยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับผู้ที่ต้องพึ่งพาเงิน JHT -
หน่วยงานสรรพากรยืนยันเป็นกฎหมายเก่า
ในทางกลับกัน หน่วยงานสรรพากรยืนยันว่าการหักภาษีเงิน JHT ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นกฎระเบียบที่มีมานานแล้วและถูกบังคับใช้ตามกฎหมาย การสื่อสารที่แตกต่างกันระหว่างรัฐบาลและหน่วยงานสรรพากรยิ่งสร้างความสับสนและความไม่ไว้วางใจในหมู่ประชาชน -
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของแรงงาน
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง และความกังวลเรื่องการเลิกจ้างที่ยังคงคุกคาม การนำเงินส่วนนี้มาหักภาษีจึงยิ่งเพิ่มภาระและบั่นทอนขวัญกำลังใจของผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของแรงงานต่อระบบประกันสังคมและรัฐบาลในระยะยาว จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและหาทางออกที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้วิกฤตความเชื่อมั่นลุกลามบานปลาย
