belanegara – รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับประเด็นร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อครัวเรือนทั่วประเทศ เมื่อแผนการปรับขึ้นราคาขายปลีกสูงสุด (HET) ของน้ำมันพืชยอดนิยม ‘MinyaKita’ ถูกนำมาหารืออีกครั้ง ท่ามกลางกระแสความกังวลจากประชาชน นายอันดี อัมรัน สุไลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ในทันที เนื่องจากเพิ่งเดินทางกลับจากการปฏิบัติศาสนกิจ และจำเป็นต้องหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงรายงานต่อรัฐมนตรีประสานงานที่เกี่ยวข้องก่อน ท่านกล่าวสั้นๆ ขณะพบปะสื่อมวลชนที่กระทรวงเกษตรฯ กรุงจาการ์ตาใต้ เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 ว่า "เดี๋ยวรอหน่อยนะ ผมเพิ่งกลับจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ผมจะประสานงานกับท่านรัฐมนตรีพาณิชย์ และรายงานท่านรัฐมนตรีประสานงานก่อน"
เมื่อถูกสอบถามถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่ยังคงผันผวน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพิจารณาปรับ HET ของ MinyaKita นายอัมรันย้ำชัดว่ายังคงต้องรอการประชุมประสานงานก่อน ท่านกล่าวเสริมว่า "รอผมประชุมก่อนนะ โอเค"

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะปรับขึ้นราคาขายปลีกสูงสุด หรือ HET ของ MinyaKita แล้ว โดยให้เหตุผลว่าเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ส่วนตัวเลขราคาที่ปรับขึ้นนั้น ยังอยู่ระหว่างการคำนวณอย่างรอบคอบโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด นายบูดิ ซันโตโซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เคยกล่าวไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่า "จากการประชุมก่อนหน้าในการประชุมประสานงานด้านอาหาร วันนี้เราได้ตกลงที่จะปรับขึ้นราคาขายปลีกสูงสุดสำหรับ MinyaKita" การเคลื่อนไหวครั้งนี้จากรัฐบาลถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากภาคประชาชนและผู้ประกอบการ เนื่องจากน้ำมันพืช MinyaKita ถือเป็นสินค้าจำเป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และการเปลี่ยนแปลงราคาเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อค่าครองชีพได้
สำหรับข้อมูลและข่าวสารเศรษฐกิจที่ทันสมัยและเจาะลึก สามารถติดตามได้ทาง belanegara.co เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ.