belanegara – ทัพนักเตะทีมชาติอินโดนีเซียภายใต้การคุมทีมของกุนซือ จอห์น เฮิร์ดแมน โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในศึกฟุตบอล FIFA Series 2026 รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ณ สนามหลักเกโลรา บุง การ์โน กรุงจาการ์ตา โดยเปิดบ้านถล่มเอาชนะทีมชาติเซนต์คิตส์และเนวิสไปอย่างขาดลอย 4-0 ประตู ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อย่างสง่างาม
เกมนี้ เบคแฮม ปุตรา สวมบทฮีโร่เหมาคนเดียวสองประตูในนาทีที่ 15 และ 25 ก่อนที่ โอเล โรเมนี จะมาบวกเพิ่มอีกหนึ่งลูกในนาทีที่ 53 และปิดท้ายด้วยประตูจาก เมาโร ซิจล์สตรา ในนาทีที่ 75 ยืนยันชัยชนะอันเด็ดขาดของทัพ ‘การูด้า’

เบคแฮม ปุตรา ระเบิดฟอร์มยิงสองประตูในครึ่งแรก
แม้จะเริ่มต้นเกมด้วยความพยายามของทีมเยือน เซนต์คิตส์และเนวิส ที่พยายามเปิดเกมรุกตั้งแต่ต้น และเกือบได้ลุ้นจากลูกครอสในนาทีที่ 2 แต่ก็ถูก เจย์ อิดเซส สกัดกั้นไว้ได้ทันท่วงที ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ทัพอินโดนีเซียก็เริ่มตั้งเกมได้ โดยมี จอร์ดี อามัต และ คาลวิน แฟร์ดองก์ เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนบอลจากแดนกลางสู่ริมเส้น อาศัยความคล่องตัวของ เบคแฮม ปุตรา และ เควิน ดิกส์ สร้างความกดดันอย่างหนักจนคู่แข่งแทบไม่มีโอกาสครองบอลได้อย่างสบาย
ความเข้มข้นในการบุกของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในนาทีที่ 9 จอร์ดี อามัต ได้ลูกเตะมุมที่ ดอนนี ตรี ปามุงกัส เปิดเข้ามาให้โหม่ง แต่บอลยังข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
ความพยายามอย่างไม่ลดละของเจ้าถิ่นก็มาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 15 เมื่อ โอเล โรเมนี โชว์วิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยม จ่ายบอลทะลุช่องให้ เบคแฮม ปุตรา หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่เจ้าตัวจะล็อกหลบกองหลังและผู้รักษาประตูอย่างเหนือชั้น แล้วแปบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายไปอย่างเยือกเย็น เรียกเสียงเฮลั่นจากแฟนบอลทั่วสนาม ประตูขึ้นนำนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเตะอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก
การครองบอลที่แข็งแกร่งในแดนกลางโดย จอร์ดี อามัต, คาลวิน แฟร์ดองก์ และ เควิน ดิกส์ ทำให้เซนต์คิตส์และเนวิสประสบปัญหาในการสร้างเกม จนนำไปสู่การเสียบอลหลายครั้ง และในนาทีที่ 25 อินโดนีเซียก็มาได้ประตูที่สอง จากการประสานงานอันรวดเร็วระหว่าง รามาดาน ซานันตา และ โอเล โรเมนี ที่เปิดช่องว่างในแนวรับ ก่อนที่ โรเมนี จะจ่ายบอลถวายพานให้ เบคแฮม ปุตรา ได้ซัดเต็มข้อตุงตาข่ายไปอีกครั้ง ชนิดที่ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์ป้องกัน ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-0
หลังได้ประตูที่สอง อินโดนีเซียยังคงเดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นอย่าง ซานันตา, โรเมนี และ ริซกี ริดโฮ ต่างพยายามหาโอกาสเจาะเข้าสู่แนวรับคู่แข่งเพื่อสร้างสรรค์โอกาสเพิ่มเติม ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก รามาดาน ซานันตา เกือบได้ลุ้นอีกครั้ง แต่ถูกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสกัดล้มลงอย่างรุนแรงในกรอบเขตโทษ แม้จะมีการตรวจสอบ VAR เพื่อดูความเป็นไปได้ของการแจกใบแดง แต่สุดท้ายผู้ตัดสินก็ให้เพียงลูกฟรีคิกเท่านั้น และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0
ครึ่งหลังอินโดนีเซียไม่ผ่อนเครื่อง ยิงเพิ่มอีกสองประตู
เริ่มครึ่งหลังมา ทัพ ‘การูด้า’ ยังคงรักษาความเข้มข้นในการเล่น และเดินหน้าบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง และในนาทีที่ 53 ความพยายามก็เป็นผล เมื่อ โอเล โรเมนี มาทำประตูที่สามได้สำเร็จ จากจังหวะลูกเตะมุมที่ถูกเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ โรเมนีจัดการซัดบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้อินโดนีเซียทิ้งห่างเป็น 3-0
ความเหนือกว่าของอินโดนีเซียยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และในนาทีที่ 75 เมาโร ซิจล์สตรา ก็มาตอกย้ำชัยชนะด้วยประตูที่สี่ จากจังหวะที่เขาหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตู ก่อนจะแปบอลอย่างใจเย็นเสียบมุมขวาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ประตูนี้ไม่เพียงแต่ขยายช่องว่างของสกอร์ให้กว้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและการครองเกมอย่างสมบูรณ์แบบของทีมชาติอินโดนีเซียตลอดทั้ง 90 นาที
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง
ทีมชาติอินโดนีเซีย: มาร์เทน เพส; ริซกี ริดโฮ, เจย์ อิดเซส, เอลคาน แบ็กกอตต์; เควิน ดิกส์, จอร์ดี อามัต, คาลวิน แฟร์ดองก์, ดอนนี ตรี ปามุงกัส; เบคแฮม ปุตรา, รามาดาน ซานันตา, โอเล โรเมนี. (ผู้ฝึกสอน: จอห์น เฮิร์ดแมน)
ทีมชาติเซนต์คิตส์และเนวิส: จูลานี อาร์ชิบัลด์; อีธาน บริสโทว, โรเมน ซอว์เยอร์ส, มาลิค โรเบิร์ตส์, ดารอน โธมัส; เมอร์วิน ลูอิส, โยฮันเนส มิตชัม, ติกวันนี วิลเลียมส์; ไคล์ เคลลี, แฮร์ริสัน พานายิโอตู, โอมาไร สเตอร์ลิง-เจมส์. (ผู้ฝึกสอน: มาร์เซโล เซอร์ราโน)
เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการฟุตบอล ติดตามข่าวสารจาก belanegara.co ได้ที่ Google News!
