belanegara – พอล เมอร์สัน อดีตกองกลางชื่อดังของอาร์เซนอล ออกมาแสดงทัศนะที่น่าสนใจว่า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ยังคงมีโอกาสสูงลิบลิ่วที่จะผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ได้อย่างแน่นอน แม้จะเพิ่งอกหักพ่ายแพ้ในศึกคาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศมาหมาดๆ แต่เขากลับมองว่าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษนี่แหละ คือโทรฟี่เดียวที่ลูกทีมของมิเกล อาร์เตต้า จะสามารถไขว่คว้ามาครองได้สำเร็จในซีซันนี้
ความพ่ายแพ้ต่อ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 ที่สนามเวมบลีย์ จากสองประตูของ นิโก โอ’ไรลีย์ ได้ดับฝันการลุ้น 4 แชมป์ในฤดูกาลเดียวของอาร์เซนอลลงอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม "เดอะ กันเนอร์ส" ยังคงอยู่ในเส้นทางของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และเอฟเอ คัพ โดยผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศทั้งสองรายการ ขณะที่ในพรีเมียร์ลีก พวกเขายังคงนำหน้าแมนฯ ซิตี้ อยู่ 9 คะแนน โดยมีคิวต้องดวลกันเองอีกครั้งในวันที่ 19 เมษายนนี้

เมอร์สันวิเคราะห์อย่างเจาะลึกว่า ฟอร์มการเล่นของแมนฯ ซิตี้ ในครึ่งหลังนั้นเหนือกว่าอย่างชัดเจน พวกเขาครองเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้อาร์เซนอลดูเหมือน "ไร้ทิศทาง" และไม่สามารถต่อกรกับคู่แข่งได้เลย โดยเฉพาะในช่วง 25 นาทีแรกของครึ่งหลัง ผู้เล่นอาร์เซนอลดูเหมือน "ไม่อยากครองบอล" และมักจะเตะทิ้งเตะขว้างอย่างไร้จุดหมาย ซึ่งกลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ซิตี้ได้เปรียบ สถานการณ์เช่นนี้สร้างความกดดันอย่างมหาศาลให้กับทีม ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จึงไม่เพียงแค่เจ็บปวด แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักเตะอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขารู้สึกว่าพ่ายแพ้อย่างราบคาบหลังช่วงพักครึ่ง
แม้จะโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีในนัดชิงฯ แต่เมอร์สันยังคงเชื่อมั่นว่าอาร์เซนอลแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะทีมอื่นๆ ในเกมลีกที่เหลืออยู่ได้ เพราะคุณภาพของทีมยังคงเหนือกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ ทว่า หลังจากได้เห็นฟอร์มในเกมกับซิตี้ เขากลับเริ่มตั้งข้อสงสัยถึงโอกาสที่อาร์เซนอลจะคว้าโทรฟี่อื่นใดนอกเหนือจากแชมป์ลีก แมนฯ ซิตี้ เองก็ยังคงอยู่ในเส้นทางเอฟเอ คัพ และหากทั้งสองทีมต้องโคจรมาพบกันอีกครั้งที่เวมบลีย์ เมอร์สันมองว่าโอกาสที่อาร์เซนอลจะชนะนั้น "แทบจะไม่มี" ส่วนในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อาร์เซนอลมีโอกาสสูงที่จะต้องเผชิญหน้ากับบาร์เซโลนาในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งเมอร์สันเชื่อว่าอาร์เซนอล "ขาดความเร็ว" ที่จะเจาะแนวรับที่ดันสูงของบาร์เซโลนาได้ เขายังชี้ให้เห็นว่าแนวรุกของอาร์เซนอล "ไม่เฉียบคมพอ" เมื่อเทียบกับผู้เล่นอย่าง แอนโทนี อีแลงกา หรือ แอนโทนี กอร์ดอน ที่เคยสร้างปัญหาให้กับบาร์เซโลนามาแล้ว
เมอร์สันยังวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนถึง "สภาพจิตใจ" ของผู้เล่นอาร์เซนอลในเกมดังกล่าว เขายอมรับว่าความผิดพลาดร้ายแรงของ เกปา อาร์ริซาบาลากา นั้นเป็นจุดเด่น แต่ไม่ใช่ปัญหาเดียวทั้งหมด โดยระบุว่าผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ถึง 8 คนโชว์ฟอร์ม "ต่ำกว่ามาตรฐาน" และไม่สามารถรับมือกับความกดดันได้ มีเพียงสองผู้เล่นเท่านั้นที่โดดเด่นคือ วิลเลียม ซาลิบา และ กาเบรียล มากัลเญส ซึ่งถือว่าทำผลงานได้เต็มที่แล้ว เขายังมองว่าความผิดพลาดของเกปาอาจเป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจจากฟอร์มอันย่ำแย่ของผู้เล่นคนอื่นๆ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในสายตาของเมอร์สันคือ "ไม่มีผู้เล่นอาร์เซนอลคนใดกล้าที่จะขอรับบอล" ในยามที่ทีมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ซึ่งเขามองว่าเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
แม้จะพลาดหวังในคาราบาว คัพ แต่อาร์เซนอลก็ยังคงอยู่ในเส้นทางของอีกสามรายการ อย่างไรก็ตาม เมอร์สันย้ำชัดว่า "เป้าหมายสูงสุด" ของพวกเขาจะต้องเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเท่านั้น เขายังกล่าวอีกว่า หากต้องเลือกโทรฟี่ที่จะยอมปล่อยไป คาราบาว คัพ คือรายการที่ "เบาที่สุด" ถึงกระนั้น ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ก็ยังคงเป็นการเพิ่มสถิติการเข้าชิงชนะเลิศที่อาร์เซนอลไม่สามารถคว้าชัยมาได้ และมีแนวโน้มที่จะจุดชนวนให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาในไม่ช้า
