belanegara – แม้เทศกาลเลบารัน 2026 จะผ่านพ้นไปไม่นาน แต่สถานการณ์ราคาอาหารในประเทศอินโดนีเซียกลับยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นอย่างหอมแดง พริก และเนื้อสัตว์ ที่ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลราคาอาหารยุทธศาสตร์แห่งชาติ (PIHPS) โดยธนาคารกลางอินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2026 ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมที่น่ากังวลนี้ รายงานพิเศษโดย Tangguh Yudha จาก belanegara.co
ราคาหอมแดงพุ่งสูงถึง 54.58% แตะระดับ 68,400 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ตามมาด้วยกระเทียมที่เพิ่มขึ้น 44.21% อยู่ที่ 57,900 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม สำหรับข้าวสาร ซึ่งเป็นอาหารหลักของประชากร ก็ไม่รอดพ้นจากภาวะราคาแพง โดยข้าวคุณภาพต่ำประเภท 1 ปรับขึ้น 21.45% เป็น 17,550 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม และข้าวคุณภาพต่ำประเภท 2 เพิ่มขึ้น 22.41% เป็น 14,500 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ส่วนข้าวคุณภาพปานกลางประเภท 1 เพิ่มขึ้น 20% เป็น 19,200 รูเปียห์ และประเภท 2 เพิ่มขึ้น 19.24% เป็น 18,900 รูเปียห์ ขณะที่ข้าวคุณภาพดีพิเศษประเภท 1 และ 2 ก็ปรับตัวขึ้น 20.64% และ 21.19% ตามลำดับ อยู่ที่ 20,750 รูเปียห์ และ 20,300 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม

ด้านพริก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารอินโดนีเซีย ก็มีราคาพุ่งทะยานอย่างน่าตกใจ พริกแดงใหญ่ปรับตัวขึ้นถึง 74.1% แตะ 91,750 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ตามมาด้วยพริกแดงหยิกที่เพิ่มขึ้น 57.94% เป็น 83,000 รูเปียห์ พริกขี้หนูเขียวเพิ่มขึ้น 9.4% เป็น 63,400 รูเปียห์ และที่น่ากังวลที่สุดคือพริกขี้หนูแดง ซึ่งราคาพุ่งถึง 46.12% ทะลุ 131,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ในส่วนของเนื้อสัตว์ ราคาเนื้อไก่สดปรับขึ้น 17.7% เป็น 50,200 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ขณะที่เนื้อวัวคุณภาพ 1 เพิ่มขึ้น 13.76% เป็น 168,650 รูเปียห์ และเนื้อวัวคุณภาพ 2 เพิ่มขึ้น 15.52% เป็น 161,150 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม
สถานการณ์ราคาอาหารที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเทศกาลสำคัญเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องเร่งหามาตรการในการควบคุมและดูแลราคา เพื่อบรรเทาภาระของผู้บริโภค และสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและสถานการณ์ราคาอาหารล่าสุดได้ที่ belanegara.co