belanegara – กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียกำลังจุดประกายการปฏิวัติภาคเกษตรครั้งใหญ่ ด้วยการจัดสรรงบประมาณมหาศาลถึง 9.5 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 2.2 แสนล้านบาทไทย) สำหรับโครงการยกระดับและแปรรูปสินค้าเกษตรเชิงกลยุทธ์ 7 ชนิด โดยมีเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรกว่า 870,000 เฮกตาร์ ภายในช่วงปี 2568-2570 เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน
นายอันดี อัมราน ซูไลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย ได้อธิบายถึงทิศทางของโครงการนี้ว่า จะมุ่งเน้นไปที่การแปรรูปพืชเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ มะพร้าว โกโก้ กาแฟ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกไทย และลูกจันทน์เทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของวัตถุดิบต้นน้ำ ควบคู่ไปกับการผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมแปรรูปภายในประเทศ

"เราได้วางแผนการยกระดับผ่านการปลูกทดแทนและการปลูกใหม่ในพืชเศรษฐกิจเหล่านี้" นายอันดีกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา "ด้วยการเสริมสร้างศักยภาพนี้ เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างงานและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้อย่างมหาศาล"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ย้ำถึงความสำคัญของการเร่งรัดการแปรรูปภาคเกษตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเศรษฐกิจของชาติ โดยชี้ว่า "การแปรรูปเป็นสิ่งจำเป็นที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราไม่สามารถส่งออกวัตถุดิบดิบได้อีกต่อไป"
"สินค้าเกษตรจะต้องถูกแปรรูปภายในประเทศ เพื่อให้มูลค่าเพิ่มนั้นตกอยู่กับประชาชนชาวอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกร" เขากล่าวเสริม โดยอธิบายว่าที่ผ่านมาสินค้าเกษตรของอินโดนีเซียส่วนใหญ่ยังคงถูกขายในรูปของวัตถุดิบ ทำให้กำไรส่วนใหญ่ไปตกอยู่กับประเทศผู้แปรรูป ด้วยเหตุนี้ การแปรรูปที่ถูกวางแผนอย่างเป็นระบบและบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการ เพื่อให้ผลประโยชน์สูงสุดกลับคืนสู่ผู้ผลิตและเศรษฐกิจของชาติ ตามรายงานจาก belanegara.co