ช็อกโลก! แมนยูฯ พ่ายคารังให้ ‘เรือใบสีฟ้า’ 10 คน! ดราม่า VAR จุดชนวนเดือด! ผีแดงไร้เขี้ยวเล็บแม้ได้เปรียบตัวผู้เล่น
belanegara – ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี แมตช์ ครั้งล่าสุด สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาคว้าชัยเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยสกอร์ 1-0 ทั้งที่ต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ช่วงต้นเกม ประตูชัยจาก เออร์ลิง ฮาลันด์ ในครึ่งหลัง พร้อมด้วยประเด็น VAR ที่เป็นที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือด ทำให้เกมนี้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของดาร์บีเมืองแมนเชสเตอร์อย่างแน่นอน

จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 23 เมื่อ ไมเคิล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ ฟิล โฟเดน ปีกดาวรุ่งของซิตี้ ออกจากสนาม จากการที่เขาไปเตะ บรูโน แฟร์นันเดส กองกลางของยูไนเต็ด ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" ต้องเหลือผู้เล่น 10 คนนานกว่าหนึ่งชั่วโมง สถานการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นใจให้กับ "ปีศาจแดง" อย่างยิ่ง และพวกเขาก็พยายามเร่งเครื่องสร้างโอกาสอย่างต่อเนื่อง
ทว่า ความพยายามของเจ้าบ้านกลับไร้ความเฉียบคม มาร์คัส แรชฟอร์ด มีโอกาสทองในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ลูกยิงของเขากลับไปชนเสาอย่างจัง เช่นเดียวกับ โคบี ไมนู ที่ซัดไปชนเสาอีกครั้งในช่วงต้นครึ่งหลัง โอกาสทองแล้วโอกาสทองเล่าหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย สร้างความหงุดหงิดให้กับทั้งนักเตะและแฟนบอลในโอลด์ แทรฟฟอร์ด
ในที่สุด แมนฯ ซิตี้ ที่เหลือ 10 คน ก็มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 60 จากจังหวะที่ ยอสโก กวาร์ดิโอล เปิดบอลจากริมเส้นให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิงเสียบมุมอย่างสวยงามเข้าไป อย่างไรก็ตาม ประตูนี้ถูกผู้ตัดสินยกเลิกไปก่อนเนื่องจากมองว่าเป็นการล้ำหน้า แต่หลังจาก VAR ใช้เวลานานในการตรวจสอบภาพช้าหลายมุม ก็ยืนยันให้เป็นประตูในนาทีที่ 63
การตัดสินใจดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับฝั่งยูไนเต็ด ภาพ VAR แสดงให้เห็นว่าเท้าของ ดอร์กู ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม ทำให้ ฮาลันด์ ไม่ล้ำหน้าในจังหวะที่บอลออกจากเท้าของ กวาร์ดิโอล แต่ประเด็นที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงคือตำแหน่งของ เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าบริเวณกลางสนาม และดูเหมือนจะรบกวนการเล่นของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ เซนเน ลัมเมนส์ ผู้รักษาประตูของยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า เฟอร์นันเดซ ไม่ได้เล่นบอลและไม่ส่งผลต่อการได้ประตู ทำให้ประตูนี้ยังคงอยู่
แม้จะตกเป็นฝ่ายตามหลังและคู่แข่งเหลือ 10 คน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ พวกเขาพยายามส่งผู้เล่นแนวรุกเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โจชัว เซิร์กซี, เบนจามิน เซสโก, ไบรอัน เอ็มเบอูโม และ คูนา โดยมี บรูโน แฟร์นันเดส คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ทำให้แทบจะเล่นด้วยผู้เล่นแนวรุกถึง 5 คน แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้
ความพยายามที่ไร้ผลของยูไนเต็ดถูกตอกย้ำในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อ เอ็มเบอูโม มีโอกาสทองในกรอบเขตโทษ แต่ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูของซิตี้ ก็ยังคงโชว์ฟอร์มเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้สกอร์ยังคงเป็น 1-0 จนจบเกม สถิติที่น่าสนใจคือ แมนฯ ยูไนเต็ด สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษของซิตี้เพียง 25 ครั้งเท่านั้น ตลอดทั้งเกม แม้จะเล่นกับผู้เล่น 10 คนก็ตาม
ในทางกลับกัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงความฉลาดทางแท็กติกและความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง หลังจากการเสีย โฟเดน ไป พวกเขาปรับแผนการเล่นอย่างรวดเร็ว เน้นการตั้งรับที่แข็งแกร่ง และรอสวนกลับเพื่อสร้างโอกาส พวกเขาพยายามเรียกฟาวล์เพื่อตัดจังหวะเกมของยูไนเต็ด และ ยอสโก กวาร์ดิโอล ยังได้รับใบเหลืองจากการถ่วงเวลาในช่วงท้ายเกมอีกด้วย กลยุทธ์นี้ได้ผลเป็นอย่างดี ทำให้พวกเขาสามารถรักษาสกอร์นำไว้ได้ และคว้า 3 แต้มสำคัญกลับบ้านไปอย่างยิ่งใหญ่
ผลการแข่งขันนี้สร้างความผิดหวังอย่างใหญ่หลวงให้กับแฟนบอล "ปีศาจแดง" ที่ต้องเห็นทีมรักพ่ายคาบ้านให้กับคู่ปรับร่วมเมืองที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่า ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แสดงให้เห็นถึงสปิริต ความสามารถในการปรับตัว และความแข็งแกร่งของทีมเวิร์ก ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในศึกดาร์บีเมืองแมนเชสเตอร์ และยังคงเดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จต่อไปในฤดูกาลนี้