"ไม่มีใครบอกผม!" คาร์ริคเปิดใจสถานการณ์แข้งผีแดงอยากย้ายทีม พร้อมเผยเคล็ดลับความสุขุมในตลาดซื้อขายที่เคยเห็นบทเรียนจาก ‘มูรินโญ่’

belanegara – เหลือเวลาอีกเพียง 10 วันเท่านั้น ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงฤดูร้อนก็กำลังจะปิดฉากลง ท่ามกลางกระแสข่าวลือมากมายเกี่ยวกับอนาคตของนักเตะหลายรายในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่สำหรับ ไมเคิล คาร์ริค กุนซือคนปัจจุบันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับยืนยันว่ายังไม่มีแข้งคนใดเดินมาบอกเขาตรงๆ ว่าต้องการย้ายออกจากทีมเลยแม้แต่คนเดียว
เมื่อถูกนักข่าวสอบถามถึงประเด็นร้อนนี้ คาร์ริคตอบกลับอย่างสั้นกระชับแต่ชัดเจนว่า "ไม่มีใครมาบอกผมเลยครับ" คำตอบนี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบภายในทัพปีศาจแดง ก่อนที่ตลาดจะปิดตัวลงในไม่ช้า คาร์ริคยังแสดงความหวังว่าขุมกำลังของทีมจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักจนกว่าจะถึงตลาดหน้าหนาว แม้จะตระหนักดีว่าสโมสรไม่สามารถควบคุมทุกปัจจัยภายนอกได้ก็ตาม
"เราควบคุมในสิ่งที่เราควบคุมได้" คาร์ริคกล่าว พร้อมย้ำว่าเขารู้สึกพึงพอใจกับขุมกำลังชุดปัจจุบันเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม แมนฯ ยูไนเต็ดก็พร้อมที่จะดำเนินการทันที
แม้จะไม่มีนักเตะรายใดแจ้งความประสงค์โดยตรงกับคาร์ริค แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมในตลาดซื้อขายของยูไนเต็ดจะสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ โจชัว เซิร์กซี คือหนึ่งในชื่อที่ยังคงมีกระแสข่าวการย้ายทีมในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ กองหน้าชาวดัตช์รายนี้ได้รับความสนใจจากสโมสรในอิตาลีอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ เซิร์กซีเคยต้องการย้ายออกจากทีมเมื่อเดือนมกราคม เพื่อโอกาสในการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้เขาพลาดโอกาสติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไปฟุตบอลโลก สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ความเป็นไปได้ที่เซิร์กซีจะย้ายทีมในช่วงท้ายตลาด ยังคงเปิดกว้างอยู่เสมอ
ขณะเดียวกัน มานูเอล อูการ์เต้ ก็เคยถูกคาดการณ์ว่าจะย้ายออกจากทีมเช่นกัน แต่แผนการดังกล่าวต้องเปลี่ยนไป หลังมิดฟิลด์รายนี้ได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก ส่วนมาร์คัส แรชฟอร์ด ก็ยังไม่ได้เป็นนักเตะถาวรของบาร์เซโลนา เนื่องจากสโมสรจากสเปนไม่ได้ใช้เงื่อนไขซื้อขาดมูลค่า 26 ล้านปอนด์ ทำให้ยูไนเต็ดต้องยอมรับข้อเสนอการยืมตัวอีกหนึ่งฤดูกาลสำหรับ อังเดร โอนาน่า แม้ว่าสโมสรจะต้องการขายผู้รักษาประตูรายนี้ออกไปก็ตาม
ในทางกลับกัน ท่ามกลางกระแสข่าวการย้ายออก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ยังคงเปิดประตูรับนักเตะใหม่เข้าสู่ทีมเช่นกัน โดยพวกเขากำลังเตรียมพร้อมที่จะเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์รายที่สามในช่วงซัมเมอร์นี้ และยังต้องการเสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งแบ็กซ้ายอีกด้วย จนถึงขณะนี้ มีผู้เล่นใหม่เข้ามาแล้วสามราย ได้แก่ คาร์ล ดาร์โลว์, อังเดร ซานโตส และ ยูริ ตีเลอมันส์
แม้คาร์ริคจะเคยกล่าวไว้เมื่อต้นเดือนว่ายูไนเต็ดจะต้อง "เดินหน้าต่อไป" ในตลาดซื้อขาย แต่ทว่าท่าทีของเขาระหว่างช่วงปรีซีซั่นกลับดูผ่อนคลายกว่าผู้จัดการทีมคนก่อนๆ ของยูไนเต็ดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้แสดงความกระวนกระวายใจอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับกิจกรรมการซื้อขายของสโมสรเลย
ท่าทีอันสุขุมนี้ อาจเป็นผลพวงจากประสบการณ์ตรงของคาร์ริคสมัยที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานสต๊าฟโค้ชภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงทัวร์ปรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2018 มูรินโญ่เคยออกมาแสดงความ "ไม่พอใจ" อย่างชัดเจนต่อกิจกรรมในตลาดซื้อขายของสโมสร ซึ่งนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ตลอดช่วงซัมเมอร์นั้น คาร์ริคได้เห็นพลวัตทั้งหมดนี้ด้วยตาตัวเองในฐานะทีมงานของมูรินโญ่
เมื่อถูกถามว่าประสบการณ์เหล่านั้นสอนอะไรเขาเกี่ยวกับการรับมือกับสถานการณ์การซื้อขายนักเตะ คาร์ริคกลับมองในแง่บวกต่อโครงสร้างปรีซีซั่นของยูไนเต็ดในปัจจุบัน เขารู้สึกยินดีกับแนวทางการเตรียมทีมที่ดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้จะยอมรับว่าคงจะดีกว่าหากนักเตะหลายคนสามารถกลับมาร่วมทีมได้เร็วกว่านี้ แต่เขาก็มีความสุขที่ได้เห็นนักเตะหลายคนโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก คาร์ริคยืนยันว่าการกลับมารวมทีม กระบวนการฝึกซ้อม และสภาพโดยรวมของขุมกำลังในเวลานี้เป็นไปในทิศทางที่ดี
อย่างไรก็ตาม ความพึงพอใจของคาร์ริคที่มีต่อช่วงปรีซีซั่นไม่ได้หมายความว่าเขาคิดว่างานของยูไนเต็ดได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เขายังคงเข้าใจดีว่าช่วงปรีซีซั่นกับการแข่งขันจริงนั้นเป็นคนละเรื่องกัน และเมื่อฤดูกาลเริ่มต้นขึ้น เรื่องราวทั้งหมดอาจพลิกผันได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ คาร์ริคจึงมองว่าช่วงปรีซีซั่นคือโอกาสในการวางรากฐานที่แข็งแกร่ง และเมื่อฤดูกาลเดินหน้าไป ยูไนเต็ดจะต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างยิ่งใหญ่เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง